วันจันทร์, 20 พฤษภาคม 2567

หลวงปู่อด นารโท วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่อด นารโท
วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) วัดเวฬุวนาราม ญาครูเฒ่าแห่งบ้านคำสมิง ศิษย์บูรพาจารย์สายสำเร็จลุน

● ชาติภูมิ
พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) นามเดิมชื่อ “อด ผลจันทร์” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๕ (ขึ้น ๘ เดือน ๘ ปีจอ) บิดาชื่อ “นายอ้ม ผลจันทร์” และมารดาชื่อ “นางหลอด ผลจันทร์” เป็นคนที่ ๘ ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๙ คน

เหตุที่ได้ชื่อว่าอดนั้น เมื่อตอนคลอด แม่เล่าให้ฟังว่า ตอนคลอดหลวงปู่ออกมานั้นถือไข้ด้วย ก็ได้อยู่ไฟรักษา และกินยาหม้อด้วย เกิดแสลงยา ทำให้น้ำนมที่เคยมีกลับหายไปด้วย หลวงปู่ตอนคลอดนั้นอ้วนท้วนสมบูรณ์ ผิวพรรณผุดผ่องน่ารักน่าเอ็นดู พ่ออ้ม ผลจันทร์ จึงได้ไปจ้างนางเหง้าที่มีบุตรรุ่นเดียวกัน มาเป็นแม่นม ด้วยจำนวนเงิน ๖ บาท

ยามเช้าแม่นมก็มาให้นมก่อนที่จะไปทำไร่ทำนา พอตกเย็นถึงจะได้กินนมอีกครั้งก่อนนอน เมื่อหิวก็ร้องไห้กวน แม่หลอด ผลจันทร์ ก็ปลอบประโลมพร้อมกับพูดว่า อดทนเอานะลูก เรื่อยไป จึงได้ชื่อ ว่าอด คือทั้งอด และต้องทน (หลวงปู่พูดไปยิ้มไป) ด้วยความกตัญญูต่อแม่เหง้า เมื่อแม่นมท่านสิ้นชีวิต ก็จัดงานฌาปนกิจในฐานะลูกอีกคนหนึ่งด้วย

● ปฐมวัย
เมื่อเรียนจบชั้นประถม ๔ พ่ออ้ม ผลจันทร์ ก็พามาฝากเป็นเด็กวัด เพื่อเรียนเขียนอ่านเพิ่มเติม และเรียนวิชาช่าง จากหลวงพ่อพัน บ้านกระเดียน ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง หลวงพ่อพันนั้นเป็นศิษย์ของสำเร็จตัน บ้านสะพือ ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของหลวงปู่สำเร็จลุน วัดเวินไชย จำปาสัก

หลวงพ่อพันเชี่ยวชาญชำนาญวิชาช่างและเป็นหมอธรรมรักษาผู้คนวิกลจริต จากผีไร่ผีนา และ ไปมาหาสู่กับญาท่านตู๋ ธัมมสาโร วัดสุขาวาส ญาท่านฤทธิ์ โสภิโต วัดสระกุศกร ประจำ

เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๓ อายุได้ ๑๘ ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้ออกธุดงค์ไปพร้อมกับหลวงพ่อพัน ตะพายหนังประจำวัน (อาสนะหนังหมี) พร้อมอัฏฐะบริขาร ไปตามเขาลำเนาไพร ฝึกจิต และได้ศึกษาวิชาอาคมพอได้ป้องกันตัว เมื่อใกล้เข้าพรรษาก็กลับมาที่บ้านคำสมิง

● อุปสมบท
เมื่อครบบวช ๒๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ แต่ไม่ได้เข้าพรรษา เพราะจับใบแดงได้ ไปเป็นทหารช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ (สงครามญี่ปุ่น)

หลังจากปลดประจำการ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๗ จึงได้อุปสมบทเป็นครั้งที่ ๒ โดยมี ญาท่านช่วย วัดบ้านคอนสาย เจ้าสำนักเรียนเทศน์มัทรี เป็นพระอุปัชฌาย์ มีหลวงพ่อภู ถาวโร วัดคำสมิง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อผู๋ ตนํกโร วัดบ้านคอนสาย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “นารโท

เมื่ออุปสมบทเสร็จ จึงได้ไปเทศน์มัทรีที่บ้านคอนสาย และอยู่จำพรรษากับพระอุปัชฌาย์ถึง ๗ ปี

พระอด นารโท พระหนุ่มรูปงาม นักเทศน์มัทรี ชื่อดังในสมัยนั้น ได้ตระเวนเทศน์ในเขตอำเภอตระการพืชผล และชื่อเสียงโด่งดังข้ามอำเภอ ถึงอำเภอพนา อำเภอม่วงสามสิบ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และชื่อเสียงโด่งดังไปถึง สปป.ลาว ได้รับนิมนต์ไปเทศน์หลายต่อหลายครั้ง ขี่ม้าตระเวนเทศน์ มีแม่ยกติดตามฟังมาก

เชื่อว่าท่านมีวิชาสีผึ้งดีจากครูบาอาจารย์ จึงเป็นที่อิจฉาของนักเทศน์ด้วยกัน เมื่อไปเทศน์ต่างถิ่นก็ต้องระวังตัว นอกจากเทศน์แล้ว วิชาอาคมเรื่องป้องกันตัวก็ต้องชำนาญ ก่อนที่จะขึ้นธรรมมาสน์เทศน์ ต้องไหว้ครู ดูอาสนะที่นั่ง ป้องกันภัย

ถึงกระนั้นครั้งหนึ่งเมื่อท่านเทศน์ไปสักพัก ก็รู้สึกมีอะไรมาวนเวียนรอบตัว ท่านจึงกำหนดจิตบริกรรมคาถา แล้วยกมือกำ และก็เอาวางที่อาสนะ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเทศน์จบท่านจึงพิจารณาดูว่าเป็นอะไร ถึงกับตะลึงเมื่อสิ่งที่มองเห็นนั้นคือ เศษผมคนเป็นกระจุกเท่าลูกมะนาว พอลงจากธรรมมาสน์ท่านก็กวาดตามองรอบๆ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

เมื่อทายกประกาศเรียกชื่อนักเทศน์ อีกวัดที่จะเทศน์ต่อกลับไม่เห็น ซึ่งท่านก็รู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่ได้ติดใจเอาความ (ท่านเล่าว่าวิชาเหล่านี้หากใช้ในทางที่ถูกก็เป็นคุณมาก เช่นการรักษาคนป่วยที่ไม่ค่อยแข็งแรง ใช้วิชาธาตุพยุงสังขารให้เบาตัว)

ท่านเป็นพระหนุ่มรูปงามมีอัธยาศัยดี จึงเป็นที่รักของพระผู้ใหญ่ เช่น ญาท่านบุตร วัดหนองไข่นก อ.ม่วงสามสิบ ญาท่านกร อ.พนา หลังจากอยู่กับพระอุปัชฌาย์ ๗ ปีแล้ว ท่านจึงได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดคำสมิงบ้านเกิด ได้เรียนวิชาเพิ่มเติมจาก ญาท่านภู ถาวโร พระกรรมวาจาจารย์ของท่าน ซึ่งเป็นศิษย์รุ่นยุคต้นของสำเร็จลุน และไปมาหาสู่ต่อวิชาธรรมรักษาคน และขับไล่ภูตผีปีศาจ จากหลวงพ่อพันลุงของท่าน และยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์สำเร็จตัน วัดสะพือ หลวงปู่ญาท่านตู๋ ธัมมสาโร วัดสุขาวาส, ญาท่านฤทธิ์ โสภิโต วัดสระกุศกร

ด้านวิชาช่างสงเคราะห์ ท่านเป็นผู้ที่มีความชำนาญในด้านการสับลาย ติดกระดาษประดับ นับตั้งแต่ประดับโบสถ์ ศาลา บั้งไฟ แม้กระทั่งงานติดประดับโลงศพของพระเถระผู้ใหญ่ที่มรณภาพ นำพาชาวบ้านพัฒนาจนรุ่งเรือง และสืบต่อตำแหน่งเจ้าอาวาสจาก ญาท่านภู ถาวโร อาจารย์ของท่านเอง

หลวงปู่อด นารโท วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
หลวงปู่อด นารโท วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

หลวงปู่อด นารโท ขรัวเฒ่าเจ้าอาคมแห่งเมืองตระการพืชผล สืบทอดวิชาอาคมของครูรุ่นใหญ่ หลวงปู่สำเร็จตัน, หลวงปู่ญาท่านภู, ญาท่านตู๋, ญาท่านฤทธิ์ เจนจบครบทุกศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นวิชาตั้งธาตุ ไล่ ขับ ถอด ถอน ป้องกัน เเละเมตตามหาเสน่ห์ สีผึ้งอ้อเทศน์นางมัทรี ที่นับวันจะหายากและสูญสลายไปตามกาลเวลา

อำเภอตระการพืชผล แหล่งรวมสรรพวิชาอาคมอีกสายหนึ่งของสำเร็จลุน เป็นสถานที่ ที่มีครูบาอาจารย์พระผู้ใหญ่สืบทอดไม่ขาดสาย เช่น หลวงปู่อด นารโท ในวันนี้

พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) วัดเวฬุวนาราม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

● มรณภาพ
พระครูเขมกิจโสภิต (หลวงปู่อด นารโท) วัดเวฬุวนาราม บ้านคำสมิง ต.เกษม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ได้มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๑๖ น. สิริอายุรวมได้ ๙๗ ปี พรรษา ๗๖