วันศุกร์, 22 ตุลาคม 2564

อภินิหาร เจ้าคุณนรรัตน์ แห่งวัดเทพศิรินทร์

อภินิหาร เจ้าคุณนรรัตน์ แห่งวัดเทพศิรินทร์

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ วัดเทพศิรินทร์
ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ วัดเทพศิรินทร์

ของข้าพเจ้า ที่ได้ประสบกับอภินิหารของท่านเจ้าคุณนรรัตน์ ด้วยตัวเอง จะเป็นไปได้เพียงไร ขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาดู เอาเองเถอะครับว่า สมควรจะเชื่อหรือไม่เพียงใด นอกจากนั้นยังได้ผนวกเรื่องของบุคคลอื่นที่ประสบมา เข้าไปด้วยเพื่อ ความสมบูรณ์ แม้ว่าจะเป็นการล่วงเกิน ต่อดวงวิญญาณของพระคุณเจ้า ก็ขอโปรดงด โทษภัยให้กับผู้เขียนด้วย

สองปีที่แล้วมานี้ ผู้เขียนอยู่ในฐานะลําบากเพราะตกงาน รายได้ที่จะจุนเจือครอบครัว ก็ค่อนข้างจะฝืดเอามากๆทีเดียว ทั้งๆที่ได้พยายามช่วยตัวเองอย่างเต็มที่ทุกทาง ผู้เขียนได้เคยไปหาคุณตริ จินตริยานนท์ อันเป็นนองชาย ของพระคุณเจ้านรรัตน์หลายหน และถือโอกาส นมัสการเถ้าบุพโพ ที่ตั้งอยู่ที่บ้านของท่านที่หลังวัดโสมนัสวิหาร และยังได้รับคําบอกเล่า จากบุคคลอีกหลายฝ่ายว่า แม้ว่าพระคุณเจ้าจะล่วงลับไปแล้ว แต่ดวงพระวิญญาณของท่านยังคงให้ความร่มเย็น แก่ผู้เคารพนับถืออยู่เสมอ ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้บอกกับผู้เขียนว่า

“ท่านชอบคนจน ใครขัดสนหรือจนยาก มีความสุจริตแล้วท่านอาจช่วยได้”

ขอให้ไปนมัสการที่มณฑปอันประดิษฐานอัฐิและอังคารของท่านที่วัดเทพศิรินทร์

ผู้เขียนไม่รอช้า ตื่นขึ้นแต่เช้าหาดอกไม้ธูปเทียน นั่งรถไปวัดเทพศิรินทร์ถามหาทางไปมณฑปและเข้าไปกราบนมัสการ จุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ แล้วกล่าวอธิษฐานว่า

“กระผมตกงาน มีความฝืดเคืองในด้านการประกอบอาชีพ ขอบารมีของพระคุณเจ้า ช่วยกระผมให้พบหนทางดําเนินชีวิต ที่คล่องตัวบ้างและถ้ากระผมจะได้รับพร และท่านมีความศักดิ์สิทธิ์ ทางช่วยคนจนแล้ว ขอให้กระผมได้วัตถุมงคล ที่ท่านได้ ปลุกเสกไว้ อย่างปาฏิหารย์ด้วย เทอญ”

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้เขียนเดิน เข้าสนามพระท่าพระจันทร์ เพื่อทําธุระบางอย่าง ในทันใดนั้นผู้เขียน ก็เหลือบไปเห็นเขากําลังมุงดูอะไรอยู่ จึงเร่เข้าไปดู ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่ง กําลังนําเอาวัตถุมงคลมาให้เช่า เป็นเหรียญกลมสีขาววาววับ คนที่มุงดูอยู่ ก็ดูกันแล้วก็พูดว่าเก๊นี่นา ไม่เอาของแท้มาขายนี่แล้วก็คนเหรียญให้ และเลิกมุงดู ผู้เขียนจึงเดินตามไปและถามชายผู้นั้นว่า

“คุณเอาเหรียญอะไร มาให้เช่า”

เขาควักเหรียญออกจากกระเป๋าส่งให้ผู้เขียนและบอกว่า ผมหาค่ารถกลับบ้านเขาว่าของเก๊ ผมเอาห้าสิบบาทครับลดไม่ได้ เป็นค่ารถพอดี ผู้เขียนขนลุกเพราะสิ่งนั้นคือ เหรียญโภคทรัพย์เนื้อเงิน ชนิดเล็ก ด้านหน้าเป็นรูปท่านเจ้าคุณนรรัตน์ ที่พระมหาสงัด สุวิเวโกเป็นผู้สร้าง แท้แน่นอน อะไรกันนี่ทั้งๆ ทีมที่มุงดูอยู่ก่อนนั้นชํานาญการซื้อขายเหรียญนี้ทุกคน แต่เขากลับว่าเก๊ ผู้เขียนตกลงซื้อไว้และนํามาเลี่ยมตลับแสตนเลส นําไปให้ผู้ชํานาญดูปรากฏว่า แท้แน่นอน จึงเก็บเอาไว้กับตัว พร้อมทั้งบูชาอยู่เป็นประจำ

เหรียญโภคทรัพย์ เจ้าคุณนรฯ เนื้อนวะ
เหรียญโภคทรัพย์ เจ้าคุณนรฯ เนื้อนวะ

ตั้งแต่วันนั้นมา ผู้เขียนก็ ทํามาหากินคล่องไม่ว่าจะทําอะไร ก็มีผลกําไรมีคนอุปถัมภ์ค้ําชู รายได้ก็พอกินพอใช้ สมดังกับที่ได้ขอพรจากท่านไว้ แม้ว่าจะมีคนมาให้ราคา สูงผู้เขียนก็หวง ในที่สุดเมื่อผู้เขียน ได้รับการทาบทามจากเพื่อนๆ และจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง ให้มาทําหนังสือร่วมกันผู้เขียน ตกลงใจทําแต่ขัดว่ายังหากล้องถ่ายรูปชนิดถอดเปลี่ยนเลนซ์ไม่ได้ จึงนั่งนึกอยู่ว่าจะหาอย่างไรดี สตางค์ก็ไม่พอท่านผู้อ่านที่เคารพ ผู้เขียนนั่งหาทางอยู่หลายวัน จึงมีนักเขียนรุ่นพี่คนนึงมาคุยด้วย ผู้เขียนจึงปรึกษาเรื่องจะหาเงินซื้อกล้อง เขาจึงบอกว่าเขามีกล้องแคนนอนอยู่อันหนึ่ง ถอดเล็นซ์ได้ ราคาก็หลายพัน ผู้เขียน ก็นึงถึงบังเอิญที่เขาเหลือบมาเห็นกระเป๋าของผู้เขียน มีแหนบเหน็บอยู่จึงดึงออกมาดู เห็นเป็นเหรียญโภคทรัพย์จึงถามขอเช่าต่อผู้เขียนก็ไม่ยอมให้ ในที่สุดเขาจึงขอแลกกล้องแคนนอนกับเหรียญทั้งๆ ที่ราคากล้อง มากกว่าหลายเท่า แต่เขานับถือท่านและอยากได้พร้อมทั้งย้ำว่า เขาไม่เอาไปขาย หรือเอาไปแลกอะไรทั้งนั้น จะเอาไว้ใช้ผู้เขียนขนลุกอีกครั้งหนึ่งดูเถอะครับ ผมขัดสนท่านก็ช่วย พอจะได้งานทําหนังสือ ขาดอุปกรณ์สําคัญท่านก็บันดาลให้ได้

ทุกวันนี้ผู้ขียนก็ได้อาศัยกล้องตัวนี้ ทํามาหากินทุกครั้งที่สะพายออกไปทํางาน ก็ระลึกถึงบารมีของท่าน ผู้เขียนได้ไปกราบเถ้าอังคารของท่านที่บ้านคุณตริอีกครั้งหนึ่ง เล่าเรื่องให้ฟังคุณตริยิ้ม และบอกว่าเจ้าคุณพี่ท่านชอบช่วยคนจน และได้มอบของสิ่งหนึ่งมาให้ผม ในฐานะที่เคารพจริง ของสิ่งที่ผู้เขียนถือว่าเป็นของมงคลยิ่งในชีวิตและนําไปบูชาอยู่ที่บ้านทุกวันนี้ นี่แหละครับ เรื่องที่ผู้เขียนประสบมา ท่านผู้อ่านที่เคารพ ถ้าท่านมีเรื่องเดือดร้อน และคิดว่าท่านจะเป็นที่พึ่งของท่านได้ ก็ขอให้ไปนมัสการท่าน ที่มณฑปเถิดครับ ถ้าเป็นเรื่องอันสุจริตและไม่ผิดศีลธรรม ผู้เขียนคิดว่า อาจจะช่วยได้นะครับ

ทุกวันนี้ ผู้เขียนถ้ามีเวลาว่างในวันพระ ก็มักจะนําดอกไม้ธูปเทียนไปนมัสการท่านที่มณฑปและที่กุฏิ เพื่อระลึกถึงพระคุณของท่าน แม้ว่าตอนที่ท่านทรงสังขารอยู่ จะไม่ได้รู้จักหรือได้เฝ้าท่านได้ แต่ท่านก็ยังแผ่บารมีมาช่วย และอย่าลืมนะครับว่าทุกวันนี้ ที่บ้านของคุณตริหลัง วัดโสมนัสวิหาร ก็เปิดประตูเสมอ สําหรับผู้ที่เคารพในพระคุณเจ้า จะเข้าไปกราบบุพโพของท่านและอีกทั้งยังเป็นที่ตั้ง ของมูลนิธิของท่านเจ้าคุณนรรัตน์ด้วย ไปกราบท่านแล้ว ก็ได้คุยกับคนตริ ถึงเรื่องพระคุณเจ้า ผมว่ามีแต่กําไรครับ