วันศุกร์, 19 เมษายน 2567

หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท วัดป่าน้ำคำเกิ่ง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท

วัดป่าน้ำคำเกิ่ง
อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี

พระครูภัทรธรรมสิริ (หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท)
วัดป่านํ้าคำเกิ่ง (สาขาหนองป่าพงที่ ๒๕) อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี

◎ ชาติภูมิ
พระครูภัทรธรรมสิริ (หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท) เกิดวันศุกร์ที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๒ ณ บ้านคำเกิ่ง ต.เตย อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี

พ.ศ.๒๕๑๒ อุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยมี พระครูพิพิจสาธุคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.๒๕๑๓ แสวงหาอาจารย์ได้ไปฝากตัว เป็นลูกศิษย์ กับหลวงพ่อพระมงคลกิตติธาดา ณ วัดป่าวิเวกธรรมชาน์ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลฯ
พ.ศ.๒๕๑๔ ได้กราบลาหลวงพ่อพระมงคลกิตติธาดาไปอยู่กับ พระโพธิญานเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) ณ วัดหนองป่าพง
พ.ศ.๒๕๑๔ หลวงพ่อชา สุภทฺโท ก็ได้ส่งไปจำพรรษาที่ วัดป่าวนโพธิญาณ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
พ.ศ.๒๕๑๕ หลวงพ่อชา สุภทฺโท ได้ส่งไปจำพรรษาที่ วัดป่าโนนสำเริง (ภูดินแดง อ.กันทราลักษ์ จ.ศรีษะเกษ งานกฐินเสร็จก็กลับวัดหนองป่าพง
พ.ศ.๒๕๑๖ พระโพธิญานเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท) ก็ได้ส่งไปจำพรรษาที่ วัดป่าไทรงาม อ.เดชอุดม จ.อุบลฯ กับหลวงพ่ออเนก ยสฺทินโน หน้าแล้งก็ได้ ไปเดินธุดงค์ (รุกขมูล) ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น
พ.ศ.๒๕๑๗ กลับจากเดินธุดงค์แล้ว ท่านส่งไปจำพรรษาที่วัดป่าวนโพธิญาณ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี อีกครั้งหนึ่ง กับหลวงพ่อเรืองรฤธิ์ จนฺทสโร ซึ่งเป็นประธานในขณะนั้น
พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงพ่อชา สุภทฺโท ท่านก็ได้ส่งไปเป็นประธานสงฆ์ ที่วัดป่าหนองแก้ว อ.กันทราลักษ์ จ.ศรีษะเกษ
พ.ศ.๒๕๑๙ หลวงพ่อชา สุภทฺโท ท่านก็ได้ส่งไปเป็นประธานสงฆ์ ที่วัดป่าน้ำคำเกิ่ง ต.เตย อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี
พ.ศ.๒๕๓๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าน้ำคำเกิ่ง
พ.ศ.๒๕๔๐ ได้รับเป็นเจ้าคณะตำบลเตย เขต ๒
พ.ศ.๒๕๔๓ ได้รับเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท จรทช พระครู พระครูภัทรธรรมสิริ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.๒๕๕๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม

◎ ประวัติวัดป่าน้ำคำเกิ่ง
เดิมทีแรกนั้น ได้มีประชาชนบ้านน้ำคำแดง และบ้านคำเกิ่งเกิดศรัทธาเลื่อมไสในการ ปฏิบัติธรรมคำสอนของหลวงพ่อชา สุภทฺโท (พระโพธิญานเถร) วัดหนองป่าพง อำเภอวาริน ชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งบางครั้งได้พากันไปฟังธรรมจำศีลด้วย ซึ่งในระยะนั้นได้มีพระอาจารย์ดำรง สิริภทฺโท ซึ่งเป็นคนในถ้องถิ่น ได้ไปประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงพ่อชาอยู่แล้วในปี พ.ศ.๒๕๑๓ ได้มีประชาชนในสองหมู่บ้านซึ่งมี นายมานิตย์ สำเภา เป็นประธานได้พิจารณาเห็นว่า วัดหนองป่าพงอยู่ไกลไม่สะดวกแก่การไปมา จึงพร้อมใจกันจัดทำที่พักสงฆ์เพื่อจะได้นิมนต์ท่านมาอบรมธรรมปฏิบัติอยู่ใกล้บ้านจะเป็นประโยชน์แก่ตนเองและลูกหลาน จึงพากันไปปรึกษา พระมหาอมร เขมจิตฺโต (พระมงคลกิตติธาดา) วัดป่าวิเวกธรรมชาน์ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี มาเยี่ยมและเป็นกำลังใจในการจัดทำที่พักสงฆ์ และ คณะผู้จัดทำได้กำหนดเอาที่ภายในเขตป่าดงน้ำคำซึ่งเป็นป่าอยู่ระหว่างหมู่บ้านน้ำคำแดง และบ้านคำเกิ่ง จัดเป็นที่พักสงฆ์ปลูกกุฏิชั่วคราวขึ้นไว้๓หลัง พากันลงไปขอพระจากหลวงพ่อชาขึ้นมาอยู่เพื่ออบรมธรรม ปฏิบัติเป็นที่พึ่งทางใจของพวกตน

ต่อมาหลวงปู่ชา สุภัทโท จึงอนุญาตให้ ท่านพระอาจารย์ดำรง สิริภทฺโท พร้อมด้วยพระ ๒ รูปสามเณร ๓ รูปรวมทั้งหมดเป็น ๕ รูป มาอยู่จำพรรษาในป่าดงน้ำคำในปีแรก ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๔ ญาติโยมผู้เลื่อมไสจึงได้จัดสร้างกุฏิถาวรขึ้นหนึ่งหลังขนาด ๓ x ๔ ม. เป็นกุฏิสร้างด้วยไม้ยกพื้นสูง หลังคามุงสังกะสี ส่วนพระเณรนอกนั้นก็ได้อาศัยอยู่ กุฏิชั่วคราวไปก่อน ในปีต่อมาก็ได้จัดสร้างกุฏิขนาดเดียวกันเพิ่มขึ้นอีกโดยมีรูปทรง และ ขนาดเหมือนหลังแรก จนกระทั่งได้มีกุฏิถาวรเพิ่มขึ้นอีก ๖ หลัง

ครั้นถึงปี พ.ศ.๒๕๑๕ ทางทายกทายิกาได้จัดสร้างโรงครัวขนาด ๑๑ x ๕๐ ม.ขึ้นหนึ่งหลัง
พื้นคอนกรีตยกสูง ๓๐ ซม. เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงสังกะสี และในปี พ.ศ.๒๕๑๕ นี้เองทางราชการได้ประกาศ เขตป่าดงน้ำคำ เป็นเขตป่าสงวน แห่งชาติ วัดจึงได้ตกอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติไปด้วย

ในปี พ.ศ.๒๕๒o ทายกทายิกาได้จัดสร้างศาลาการเปรียญ ชั้นเดียวขนาด ๒o x ๕๐ ม.พื้นคอนกรีต เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังก่อด้วยอิฐ หลังคามุงสังกะสี ยกพื้นสูง ๔๐ ซม. เป็นสถานที่บำเพ็ญบุญกุศล และปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ด้วยอาศัยแรงศรัทธาของประชาชนผู้เลื่อมไสในท้องถิ่นและต่างอำเภอ ต่างจังหวัดสร้างเสร็จปี พ.ศ.๒๕๒๕

ปี พ.ศ.๒๕๒๖ ได้มีนายสุขชัย นางหนูเตียง นิลบล ได้บริจาคเงินเพื่อสร้างกุฏิเจ้าอาวาสเป็นจำนวนเงิน ๔๗,๐๐๐ บาท และมีผู้ร่วมสมทบเสียสละวัสดุและแรงงานช่วยสร้างจนแล้วเสร็จคิดเป็นเงินค่าก่อสร้างทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ บาท และได้จัดสร้างห้องน้ำห้องสุขาสำหรับพระ-เณร ๖ ห้อง สำหรับอุบาสกอุบาสิกา ๖ ห้อง ขนาด ๓ x ๓ ม.

ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๒๗ ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้ทำหนังสือขออนุญาตใช้ที่ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อสร้างวัด ทางวัดจึงมอบให้ นายกวี วงศ์สามารถ เป็นผู้ดำเนินการขอ ให้ถูกต้องตามระเบียบ และ ได้รับหนังสืออนุญาตจากกรมการศาสนา ที่ ศธ. ๐๔๐๕/ ๓๘๙๐ ลงวันที่ ๒๒ มี.ค.๒๕๒๘

ต่อมาวันที่ ๔ ม.ค.๒๕๓๑ ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีข้อความดังต่อไปนี้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ อธิบดีกรมป่าไม้ โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้ นายกวี วงศ์สามารถ อายุ ๔๖ ปี สัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ ๒๕ หมู่ ๙ ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่า-ดงน้ำคำ) เพื่อสร้าง วัดป่าน้ำคำเกิ่ง จำนวนเนื้อที่ ๑๕ไร่

ต่อมาวันที่ ๑๔ ก.ย.๒๕๓๑ ได้รับหนังสืออนุญาตให้สร้างวัด มีข้อความดังนี้ อาศัยตามข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ ( พ.ศ.๒๕๐๗ ) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( พ.ศ.๒๕๐๕ ) กรมการศาสนาด้วยความเห็นชอบของกระทรวงศึกษาธิการ และมหาเถรสมาคม อนุญาตให้ นายกวี วงศ์สามารถ อยู่บ้านเลขที่ ๒๕ หมู่ ๙ ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี สร้างวัดขึ้นที่บ้านคำเกิ่ง ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ภายในกำหนดตั่งแต่วันที่ ๙ ก.ย. ๒๕๓๑ ถึง ๘ ก.ย.๒๕๓๖

ต่อมาวันที่ ๑๔ เม.ย.๒๕๓๒ ได้รับหนังสือประกาศขงกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องตั้งวัดในพระพุทธศาสนามีข้อความดั่งต่อไปนี้

ตามที่ นายกวี วงศ์สามารถ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ณ หมู่ที่ ๙ ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี บัดนี้ผู้รับอนุญาตได้สร้างเสนาสนะขึ้น สมควรเป็นที่สำนักสงฆ์ของพระภิกษุได้แล้ว

อาศัยความตามข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ ( พ.ศ.๒๕๐๗ ) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ และความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนามีนามว่า “วัดป่าน้ำคำเกิ่ง”ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาวันที่ ๒o พ.ย.๒๕๓๒ ได้รับตราตั้งเจ้าอาวาส มีข้อความดังนี้ อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๓ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๕ (พ.ศ.๒๕๐๖) ด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ จึงแต่งตั้งให้

พระครูภัทรธรรมสิริ (หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท) วัดป่าน้ำคำเกิ่ง

พระครูภัทรธรรมสิริ (หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท) ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดป่าน้ำคำเกิ่ง ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี อายุวัฒนมงคล ๗๐ ปี พรรษา ๕๐ (พ.ศ.๒๕๖๓)

มีหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และขณะนี้ทางวัดกำลังทำเรื่องขอขยายพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเป็นพุทธอุทยานในเนื้อที่ ๒๖๘ไร่

พระครูภัทรธรรมสิริ (หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท) วัดป่าน้ำคำเกิ่ง จังหวัดอุบลราชธานี
พระครูภัทรธรรมสิริ (หลวงพ่อดำรง สิริภทฺโท) วัดป่าน้ำคำเกิ่ง จังหวัดอุบลราชธานี