วันอาทิตย์, 21 เมษายน 2567

หลวงพ่อชม อนังคโณ วัดทุ่งยาว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อชม อนังคโณ

วัดทุ่งยาว
อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

หลวงพ่อชม อนังคโณ วัดทุ่งยาว (วัดเขานันทาพาสุภาพ)
หลวงพ่อชม อนังคโณ วัดทุ่งยาว (วัดเขานันทาพาสุภาพ)

หลวงพ่อชม อนังคโณ ท่านเป็นพระสุปฏิบัติ ที่มีจริยาวัตรงดงาม และประกอบด้วยคุณธรรมอันบริสุทธิ์องค์หนึ่ง ปกติของท่านแล้ว แม้แต่สมัยท่านเป็นฆราวาส จิตใจที่เปี่ยมล้นด้วยบุญกุศล มีเมตตาธรรมสูงอย่างแท้จริง คือ… ท่านเอื้ออารี ต่อเพื่อนบ้านและบรรดาผู้เจ็บป่วย ท่านจะรักษาสละเวลาจากกิจการงานรีบเร่งไปยังบ้านคนป่วยทันทีไม่รั้งรอ

แววดวงตาของท่าน สมกับเป็นนักต่อสู้กิเลสอันสําคัญองค์ หลวงพ่อชม อนังคโณ องค์นี้ ก่อนที่จะพบกับธรรมะอันบริสุทธิ์ได้นั้น ท่านได้ผ่านด่านวิบากมาอย่างชนิดเลือดตาแทบกระเด็น สู้ทนชีวิตลําเค็ญทั้งปวงได้อย่างสมศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย

ในยุคสงคราม…ซึ่งเป็นสมัยข้าวยากหมากแพง ประกอบด้วยมีภัยสงครามที่เข้ามาสร้างความหวาดผวาให้แก่ชาวบ้านประชาชน โดยทั่วไปนั้น ถือว่าเป็นการหมด ที่พึ่งทางกายและทางใจเอามากๆ อาหารการกินอยู่ เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคไม่มี เป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัส ครั้นจะออกไป พึ่งพาพระภิกษุผู้คอยให้กําลังใจ ก็หมดหนทาง เพราะเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มไม่มีเลย

หลวงพ่อชม “สมัยเป็นฆราวาส” ได้ปลุกใจชาวบ้านทุกๆ ตําบล ให้เข้าวัดสร้างบุญสร้างกุศล อันเป็นที่มั่นสุดท้ายของผู้ตกทุกข์ หรือเหมือนกับกําลังจะ จมน้ำตาย แม้กอสวะเล็กๆ ลอยมา ก็อยากจะคว้าเป็นที่พึ่งของตัวเอง…

ดังนั้น ท่านจึงเป็นผู้นําคณะศรัทธาญาติโยม หาอาหารที่พึงมีอยู่ใส่สํารับ แล้วสวมกางเกงที่หมดสภาพแล้วด้วยความเก่าแก่จนไม่เป็นรูปทรง ก้นขาดกะรุ่งกะริ่ง ออกนําหน้ามุ่งสู่วัด เพื่อจําศีลภาวนาธรรม จนได้รับฉายาใหม่ว่า “วีรบุรุษผ้าขาดก้น”

หลวงพ่อชม อนังคโณ ท่านเกิดที่บ้านโง้ง ต.โพธิ์งาม อ.ประ จันตคาม จ.ปราจีนบุรี (ท่านบอกว่าเป็นปีจอ เดือน ๑๒) พ.ศ. ๒๔๕๑ บิดามารดาเป็นชาวนาโดยกําเนิด ลูกๆ จึงต้องเจริญรอยตาม โดยอาศัยงานทุ่งงานนาเป็นพื้นฐานของชีวิต

การบวชจิตใจให้เป็นพระของท่านหลวงพ่อชม อนังคโณ มีมานานสมัยเป็นฆราวาสแล้ว ท่านบวชจิตใจด้วยการรักษาศีลอุโบสถ นุ่งขาวห่มขาวบ้างเป็นบางเวลา ส่วนจิตใจนั้นเต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม

หลวงพ่อชม อนังคโณ ท่านบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ก่อนเข้าพรรษาเพียง ๕ วัน โดยจัดงานบวชที่วัดหนองโพธิ์ ได้รับความเมตตาธรรมจาก ท่านพระอาจารย์นนท์ เป็นพระ อุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “อนงฺคโณภิกษุ

หลวงพ่อชม อนังคโณ วัดทุ่งยาว (วัดเขานันทาพาสุภาพ)
หลวงพ่อชม อนังคโณ วัดทุ่งยาว (วัดเขานันทาพาสุภาพ)

เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว หลวงพ่อชม ท่านมีภูมิธรรมมาก่อนบวช ท่านจึงรีบเร่งภาวนาธรรม ท่านเคยพูดเสมอว่า “ถ้าเรารักตัวกลัวทุกข์ยาก เรา ต้องหมั่นฝึกฝนปฏิบัติตามคําสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อย่าทิ้งความดี ความดีนั้นมีอะไร… ความดีก็มี ศีล สมาธิ ปัญญา นี้เราจึงจะพ้นทุกข์พ้นภัย”

หลวงพ่อชม เดินธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมที่เขาเขียว จ.สระบุรี สมัยที่ท่านเที่ยววิเวกตามป่าเขาลําเนาไพรนั้น ท่านทําความเพียร โดยเฉพาะที่เขาเขียวแห่งนี้หลายปี และธรรมะที่เกิดกับจิตใจอย่างแจ่มแจ้งก็เป็นที่แห่งนี้เอง

หลวงพ่อชม อนังคโณ ท่านได้เล่าประสบการณ์เดินธุดงคกรรมฐานให้ผู้เขียนฟังพอเป็นเครื่องระลึกดังนี้ว่า…
“การประพฤติปฏิบัติธรรม ของคนเรานี่ ไม่ว่าเป็นพระภิกษุ สามเณร หรือฆราวาสทุกเพศทุกวัย ทําได้ทุกๆ คน

สรุปว่า ถ้าแม้มีจิตมีสติแล้ว ทําได้ทั้งนั้น เมื่อปฏิบัติธรรมไปแล้ว จะเกิดความอัศจรรย์อย่างหนึ่ง คือ เมื่อมีกําลังใจ หรืออํานาจจิต มีความเชื่อมั่นแล้วจะบังเกิด สิ่งหนึ่ง สิ่งนี้คือการอธิษฐาน

สมัยที่อาตมาเจ็บป่วยมาก และกําลังจะตายอยู่อย่างเห็นชัด นี่อยู่ในป่านะ ครั้นพอรู้ตัวว่ากําลังจะตาย ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงกําหนดและยัง ไม่ได้นําธรรมะที่ได้รับออกเผยแพร่แก่ชาวโลกเลย จึงนึกเสียดาย ในเวลานั้น จึงได้อธิษฐานขออํานาจพระรัตนตรัย บิดามารดา คุณความดีทั้งปวงให้ช่วยเพิ่มแรง เพิ่มกําลังใจ เป็นที่น่าอัศจรรย์ความเจ็บป่วยกลับหายไปเมื่อได้ลืมตาขึ้นแล้ว เกิดกําลังวังชาขึ้นมาทันทีทันใด ปืนเขาได้อีก ๕-๖ ยอดสบายๆ นี้จึงกล้ารับรองว่า แม้นักปฏิบัติทําจริงมีสัจจะกันแล้ว จะต้องบังเกิดผลเป็นที่แน่นอน ไม่ต้องสงสัย หรือเที่ยวถามกับคน อื่น ถามตัวเราได้เองเลย”

ก็เป็นจริงดังนี้ แม้แต่พระอาจารย์ถวิล แห่งวัดยางระหง จ.จันทบุรี ก็กล้าสอนกล้ารับรองว่า “เมื่อผู้ใดได้ฝึกสอนอบรมจิตใจให้แก่กล้าแล้ว รับรองว่าต้องได้ผล ปัจจุบันนี้ เกรงว่าจะไม่เอาจริง และไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาปล่ะซี จึงเที่ยวก่อกรรมกันไม่ว่างเว้น
ครั้นพอมีภัยจนตัวเข้า ก็พึ่งหาพระ ก็กรรมมันไล่ถึงตัวแล้วใครจะไปช่วยได้

บางคนเลิกนับถือพระเอาเลยก็มีนะ นี่คือความไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว มันจึงเป็นคนตาบอดกันเกือบหมดประเทศน่ะ ศีล ๕ ก็ยังปฏิบัติไม่ครบ ดูซีดูเอาว่าจะจริงไหม พระพุทธเจ้าชี้ให้ดูก็ยังมองไม่เห็นน่ะ”

ในบั้นปลายชีวิตของ หลวงพ่อชม เมื่อเข้าสู่วัยชราแต่ท่านมิได้เบื่อหน่ายในการสอนธรรมแก่คณะศิษย์-ญาติโยม ธรรมทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติภาวนาในสมัยนั้น ท่าน ก็ได้รักษาความรู้ของตนนั้นไว้ เพื่อสอนตนและผู้อื่นให้ได้รู้ตามไปด้วย วัดเขานันทาพาสุภาพ บ้านทุ่งยาว อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี หลวงพ่อได้มุมานะก่อสร้างขึ้นมา เพื่อประโยชน์แก่พระศาสนา และเป็นที่บําเพ็ญสมณธรรม ท่านได้ลงแรงกายแรงใจบันดาลให้เกิด ขึ้นท่ามกลางป่าเขานั้น ท่านใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง ๘ ปี

เมื่อทุกสิ่งอย่างสําเร็จลงสิ้นแล้ว ท่านก็ได้เปิดรับคณะศรัทธาญาติโยมเข้ามาวัดจิตวัดใจของตนเอง ชําระล้างบาปกรรมที่มีอยู่ เป็นอยู่ให้ลุล่วงไป เหลือเพียงจิตใจอันบริสุทธิ์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นดวงธรรมนําสู่มรรค ผล นิพพาน ที่ทุกคนพึงปรารถนาอัน สูงสุดแห่งชีวิต

หลวงพ่อชม อนัคโณ วัดทุ่งยาว (เขานันทาพาสุภาพ) ท่านได้มรณภาพลง ในวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘ สิริอายุได้ ๗๕ ปี