วันอาทิตย์, 21 เมษายน 2567

หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อชม พรหมโชติ

วัดพุทไธสวรรค์
อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ พระเกจิทรงอภิญญาและยอดพระนักพัฒนา แห่งเมืองกรุงเก่า ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

◉ ชาติภูมิ
หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ในภาคอีสาน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๑๑ ที่บ้าน อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อ “นายดี” และมารดาชื่อ “นางนี กุลไพศาล” โดยเป็นศิษย์สายไสยเวทย์ของสาย สำนักวัดบ้านฟ้าเลื่อม อันโด่งดังของแดนอีสาน (วัดราศรีไศล)

จนกระทั่งอายุครบ ๒๐ ปี พ.ศ.๒๔๓๑ ท่านได้รับการอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบ้านแดง ตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี พระครูทา (สันนิษฐานว่าคงจะเป็นเจ้าคณะแขวงนั้น) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “พรหมโชติ

หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

หลังอุปสมบท ยังคงศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสำนักของ พระอาจารย์ โส วัดบ้านฟ้าเลื่อม เรื่อยมา (สำนักนี้มีชื่อเสียงมากในแถบอีสาน เทียบกับอยุธยา ก็เหมือนกับสำนักวัดประดู่ทรงธรรม เทียบกับภาคใต้ ก็เหมือนสำนักเขาอ้อ)

เมื่ออุปสมบทได้แล้ว ๙ พรรษา ทราบข่าวว่าทางภาคกลางมีพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในวิชาเหล่านี้ จึงได้กราบลาพระอาจารย์โส ออกเดินทางจาก วัดบ้านฟ้าเลื่อม เดินธุดงค์ล่องลงมาทางใต้

ต่อมา หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ ได้ศึกษาเล่าเรียนและพักจำพรรษาอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นเวลานานพอสมควร

ต่อมาได้ยินข่าวว่า วัดธรรมิกราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นสำนักเรียนทั้งด้านปริยัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน และด้านคาถาอาคม ที่มีความรุ่งเรือง เป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไป จึงได้เดินทางขึ้นมาฝากตัวเข้าศึกษาเล่าเรียน ในสำนักวัดนี้กับ หลวงพ่อฟัก (พระครูธรรมิกาจารคุณ)

หลวงพ่อชม จำพรรษาและศึกษาเล่าเรียนอยู่ใน สำนักวัดธรรมิกราช กับ หลวงพ่อฟัก จนมั่นใจว่ามีวิชาความรู้พอสมควรแล้ว ได้กราบลา หลวงพ่อฟัก ย้ายไปจำพรรษาอยู่วัดต่างๆ ในเขตอยุธยาและท้องถิ่นใกล้เคียงอีกหลายวัด แต่การย้ายวัดของท่านต่อจากนี้ไปนั้น มิได้เป็นไปในลักษณะของการศึกษาเล่าเรียนหรือฝากตัวเป็นศิษย์ของใครอีกเลย คงย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสหรือเป็นไปในลักษณะก่อสร้างวัดขึ้นใหม่บ้าง บูรณะซ่อมแซมวัดที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะขาดผู้นำและกำลังในดำเนินการบ้าง

ท่านมักจะพูดกับลูกศิษย์อยู่เสมอว่า “ท่านไม่ชอบอยู่วัดไหนนาน ยิ่งเป็นวัดที่เจริญแล้ว มั่นคงแล้วยิ่งไม่อยากอยู่” ท่านชอบแสดงฝีมือในการก่อสร้างบูรณะ โดยอาศัยวิชาความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาเป็นเครื่องช่วยค้ำจุนหนุนนำ ทำให้เกิดความสำเร็จอย่างรวดเร็วทุกวัด วิชาความรู้ทางด้านไสยเวท แพทย์แผนโบราณและคาถาอาคมต่างๆ

วัดที่ หลวงพ่อชม ย้ายไปจำพรรษาอยู่นั้น เสนาสนะที่สำคัญและเป็นหลักของวัด เช่น โบสถ์ และการเปรียญ ล้วนแล้วแต่สำเร็จลงด้วยฝีมือและวิชาความรู้ของท่านทั้งนั้น และยังมีอีกหลายวัดที่ถึงแม้ว่า หลวงพ่อชม จะมิได้ไปอยู่จำพรรษา แต่ได้รับการอาราธนาขอร้องให้ไปเป็นประธานในการก่อสร้างโบสถ์ (ซึ่งจะต้องใช้ปัจจัยและกำลังมากกว่าอย่างอื่น) จนสำเร็จเรียบร้อย แล้วรับเป็นประธานในการผูกพัทธสีมาให้ด้วย เช่น วัดสนามไชย วัดหนองโดน วัดโนนตาลเสี้ยน และ วัดตอยาง และอีกมากมาย

เมื่อท่านได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่ วัดใหม่บางกะจะ แล้ว ไม่นานนักทางฝ่ายราชการบ้านเมืองและทางคณะสงฆ์ อันมี พระยาโบราณราชธานินทร์ (พรเดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาล และ พระญาณไตรโลก ( ฉาย คงฺคสุวณฺโณ )เจ้าคณะจังหวัด ซึ่งได้ทราบกิตติศัพท์เกี่ยวกับวิชาความรู้และฝีมือในการก่อสร้างบูรณะวัดของ หลวงพ่อชม มานานแล้ว ได้ปรึกษาหารือเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรอาราธนา หลวงพ่อชม ให้ย้ายมาครอง วัดพุทไธศวรรย์ ในตำแหน่งเจ้าอาวาส เพราะเห็นว่า วัดพุทไธศวรรย์ นี้เป็นโบราณสถานที่ใหญ่โต และทรงความสำคัญยิ่งยวด ในเมื่อเคยเป็นพระอารามหลวงมาแต่ก่อน ด้วยความประสงค์จะให้ หลวงพ่อชม บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปรางค์ พระพุทธรูปในวิหารคต (พระระเบียง) และโบสถ์

หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เมื่อ หลวงพ่อชม มาครอง วัดพุทไธศวรรย์ ในฐานะเจ้าอาวาส และเจ้าคณะหมวดรองแขวง ( รองเจ้าคณะอำเภอ ) เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานนัก ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่านได้ขจรขจายมากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก ทั้งนี้ เพราะผลงานในด้านการก่อสร้างซ่อมแซมวัด และเสนาสนะผลงานในด้านการปกครองบังคับบัญชาวัดหรือพระสงฆ์ในเขตที่รับผิดชอบ รวมทั้งผลงานในด้านสงเคราะห์พุทธบริษัทเกี่ยวกับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและวัตถุมงคลต่างๆ

หลวงพ่อชม สำเร็จวิชาพญาเสือโคร่ง จากสำนักวัดบ้านฟ้าเลื่อม (วัดราศรีไศล) ครั้งหนึ่ง มีลูกศิษย์ อ้อนวอนขอให้ท่าน หลวงพ่อชม แปลงร่างเป็นเสือให้ดูเป็นขวัญตา วันหนึ่งท่านอารมณ์ดี เห็นศิษย์มาพร้อมกันแล้ว จึงนั่งสมาธิชั่วอึดใจเดียว ร่างกายของท่านก็กลายเป็นเสือโคร่งลูกศิษย์ต่างแตกตื่นหนีด้วยความตกใจ เมื่อตั้งสติได้จึงเอาน้ำมนต์มาราดตัวเสือ กลับเป็น หลวงพ่อชม นั่งสมาธิตามเดิม

◉ มรณภาพ
หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์ มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๗๕ สิริอายุรวมได้ ๖๕ ปี พรรษา ๔๕

◉ ด้านวัตถุมงคล
พระเครื่องของท่าน ถูกจัดให้อยู่ในตำนาน ๕ เหรียญยอดนิยม ของเมืองอยุธยา นั่นคือ “เบญจภาคีพระเหรียญประจำจังหวัดอยุธยา

เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์
เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อชม พรหมโชติ วัดพุทไธสวรรค์

เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อชม วัดพุทไธศวรรย์ ปี พ.ศ.๒๔๗๐ เหรียญพระครูอุเทศธรรมวินัย หลวงพ่อชม วัดพุทไธศวรรย์ จัดสร้างเพียงรุ่นเดียว ในปี พ.ศ.๒๔๗๐ นับเป็นเหรียญหกยากมาก บางคนว่าหายากกว่า เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ประเด็นนี้น่าจะสร้ำงจำนวนน้อยกวา