วันจันทร์, 20 พฤษภาคม 2567

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา อ.เมือง จ.กระบี่

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ

วัดถ้ำเสือวิปัสสนา
อ.เมือง จ.กระบี่

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา อ.เมือง จ.กระบี่

วัดถ้ำเสือ เป็นสํานักปฏิบัติ ธรรมที่สงบวิเวก เพราะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องของความสงบ มิใช่เรื่องยุ่งยากร้อนใจ เมื่อผู้ใดเข้าปฏิบัติธรรมแล้ว จะมีความเย็นจิตเย็นใจอย่างบอกกล่าวกันไม่ได้เพราะเป็นการรู้เฉพาะตัว

สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน เป็นธรรมชั้นสูงสุดของพระพุทธศาสนา เป็นการปฏิบัติเพื่อให้พ้นทุกข์ถึงความสงบสุขอย่างแท้จริง

ท่านหลวงพ่อจําเนียร ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบองค์หนึ่งประจําภาคใต้ ปฏิปทาในองค์ท่านงดงามนุ่มนวล ถือ เคร่งครัดในการปฏิบัติพระธรรม วินัยมากที่สุด

สํานักสงฆ์ถ้ำเสือดินแดนเมืองใต้ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๘ โดยหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ ซึ่งท่านได้จดจําการบําเพ็ญภาวนาเริ่มแรกจากโยม บิดาของท่านมาจนสามารถดําเนินจิตสู่องค์สมาธิได้เมื่ออายุได้ ๗-๘ปีเท่านั้น

โยมบิดาของท่านเป็นนักปฏิบัติเกี่ยวออกเดินธุดงค์อยู่ในป่าเขาลําเนาไพรมาก่อน มีสมาธิแก่กล้าคนหนึ่ง นี้คือความโชคดีของท่าน พร้อมทั้งมองเห็นคุณค่าของภาคปฏิบัติภาวนา บวชเข้ามาเพื่อเปิดอบรมสั่งสอนให้ประชาชนเข้าถึงธรรมะแท้ของพระพุทธเจ้า

ท่านหลวงพ่อจําเนียร เกิดมาในครอบครัวชาวประมง ท่านเกิด ณ หมู่บ้านปากน้ำ เมืองนครศรีธรรมราช ตรงกับแหลมตะลุมพุก ท่านเป็นคนที่ ๕ ใน จํานวนพี่น้องรวมกัน ๗ คน โยม บิดาชื่อ เพชร โยมมารดาชื่อ ต้า

ท่านหลวงพ่อจําเนียร ผ่านชีวิตฆราวาสมาอย่างสมค่าสมศักดิ์ศรี ท่านได้อยู่ดูแลน้อง ๆ ด้วยความอบอุ่นใจ และท่านได้ทําหน้าที่พี่ชายอย่างดีเลิศ ต่อมาท่านได้มาอยู่กับปู่ของท่านคราวหนึ่ง เมื่อน้อง ๆ เติบโตขึ้นมาแล้วท่านมีอายุได้ ๒๐ ปี

ท่านได้สละเพศอย่างเด็ดขาด เข้าบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ พัทธสีมา วัดนารีประดิษฐ์ ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้รับความเมตตาจาก พระอาจารย์ธัมมเกโส แห่งวัดบูรณาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูจันทสุวัณโณ (อาจารย์เบี้ยว) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ฉายาว่า “สีลเสฏโฐ”

ในฐานะพระนวกะภิกขุ ท่านได้อยู่จําพรรษาที่วัดนารีประดิษฐ์ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย เรียนนักธรรมจนได้นักธรรมตรี แต่ความตั้งใจเดิมนั้น ท่านประสงค์ ที่จะมุ่งปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐานเช่นเดียวกับโยมบิดาของท่าน และตั้งใจออกเดินธุดงคกรรมฐานเพียงอย่างเดียว จิตใจตั้งมั่นจะเอาดีทางนี้ ไม่ขอลาสิกขาบท จะขอตายในผ้าเหลือง พร้อมกันนั้นท่านพระอาจารย์จำเนียร มีความตั้งใจว่า จะขอแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความสามารถ ทางวิปัสสนากรรมฐานให้จงได้ จะได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านเสีย

ภายหลังจากท่านก็ได้กราบลาพระอาจารย์ เพื่อปฏิบัติธรรม แต่ก็ถูกขอร้องให้อยู่จําพรรษา เสียที่วัดก่อน ท่านเลยต้องอยู่ถึง ๗ ปี เมื่อครบกําหนดแล้ว ท่านหลวงพ่อจําเนียร ได้เดินธุดงค์ ไปถึง จ.ตรัง ได้ไปฝึกสมาธิธรรม หลายพรรษา การปฏิบัตินั้นมีการพิจารณา กาย เพ่งดูอสุภกรรมฐาน เดิน จงกรมรักษาสติเพิ่มพูนปัญญา จนมีสมาธิแก่กล้าดีแล้ว ท่านออกเดินธุดงคกรรมฐานต่อไป

ที่วัดสุคนธาวาส อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ท่านพระอาจารย์จําเนียร สีลเสฏโฐ ได้รับคํานิมนต์ขอร้องให้ไปอยู่จําพรรษาในเขตแดนนี้เอง ท่านต้องอาศัยธรรมะ อาศัยกําลังใจเจริญพรหมวิหาร ธรรมอย่างหนักหน่วงจึงสามารถ อยู่ได้ ท่านต้องผจญมารอย่างยิ่ง ซึ่งยากที่จะหาผู้ที่มีความสามารถ เช่น ท่านมาอยู่ได้
เพราะการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อบรมพระกรรมฐาน อยู่ท่ามกลางหมู่กิเลสเข้าต่อสู้กัน เป็นดงลูกปืนและลูกระเบิด ทั้งกิเลสและธรรมะของท่านเข้าต่อสู้กัน ถ้าแม้สติปัญญาธรรมอ่อนแอ ก็อยู่ไม่ได้ ท่านหลวงพ่อจําเนียร ได้อยู่จําพรรษาที่ อ.นาสาร ถึง ๑๐ พรรษา

พระโพธิญาณเถร (พระอาจารย์ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง
พระโพธิญาณเถร (พระอาจารย์ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง

ต่อมาท่านได้เดินทางไปนมัสการ ท่านพระอาจารย์ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง อ.วารินชําราบ จ.อุบลราชธานี เพราะสมัยแรกนั้นท่านได้ยิน กิตติศัพท์ของพระอาจารย์ชา ว่าเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อย่างสมบูรณ์ จากภาคใต้สู่ภาคอีสาน ท่านหลวงพ่อจําเนียร เข้านมัสการพระอาจารย์ชา และ ได้สนทนาธรรมอันลึกซึ้งถึงแก่น จนบังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในภูมิจิตภูมิธรรมอย่างสูง โดยคิดว่า..

“จะยกวัดพาคณะพระภิกษุ สงฆ์สามเณร-ชีทุกองค์มาปฏิบัติ ธรรมกับท่านพระอาจารย์ชาให้ได้”

แต่ชาวใต้เกรงจะหมดที่พึ่ง จึงคัดค้านไว้ ดังนั้นจึงต้องแสวงหาสถานที่ใหม่เพื่อสร้างเป็นสถานบําเพ็ญสมณธรรม ท่านหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ ได้มาพบถ้ำเสือหรือ ชื่อในอดีตว่า “เขาคูหาคีรีวงศ์” ณ สถานที่แห่งนี้ท่านได้พบกับความลึกลับอัศจรรย์มากที่สุด และก็ได้เป็นแหล่งสุดท้ายของ ท่านหลวงพ่อจําเนียร พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อันเป็นที่พึ่ง ชาวใต้โดยแท้

หลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง มีขันติธรรมอดทน ได้ต่อสู้กับความยากลําบากในการปฏิบัติธรรมอันยาวนาน

ท่านได้ผ่านคนดีมีศีลธรรม และคนชั่วช้าบาปหนามามากต่อมาก แต่ท่านหลวงพ่อจําเนียร ก็ได้อาศัยธรรม ๔ ประการ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็น บารมีเข้าขัดเกลาจิตใจของผู้คนเหล่านั้น ให้บังเกิดความเลื่อมใสในธรรม ได้ปฏิบัติตนเป็นคนที่มีศีลธรรมอันดีงาม ทั้งนี้เป็นด้วยน้ำใจ ของท่านหลวงพ่อจําเนียร มุ่ง ประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์เป็นที่ตั้ง และหวังเจริญตามรอยบาท ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการเรียนรู้ปฏิบัติแจ้ง ในคําสั่งสอน เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เพื่อแลกความดีงามนั้น

ปัจจุบันสํานักสงฆ์ถ้ําเสือ “ดินแดนคนธรรพ์” ได้รับพระภิกษุและสามเณร ตลอดจนชีพราหมณ์ อุบาสก อุบาสิกา เป็นจํานวนร้อย จิตใจทุกดวงต่างก็ มารวมอยู่ที่ถ้ําเสือแห่งนี้ เพื่อหวังการปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นทางเอกทางตรงที่พระศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดํารัสไว้ ว่า… นี่คือทางมรรคผล นิพพาน ที่แท้จริง

ด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้นในคุณ ธรรมของท่านหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐนี้ แม้ชาวอิสลามหลายคน ก็ยังกราบเท้าท่านด้วยความสนิทใจและบูชายิ่ง

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา อ.เมือง จ.กระบี่
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา อ.เมือง จ.กระบี่
หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ วัดถ้ำเสือวิปัสสนา อ.เมือง จ.กระบี่

ปัจจุบัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ อายุวัฒนมงคล ๗ รอบ ครบ ๘๔ พรรษา (วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓)