วันพฤหัสบดี, 29 กรกฎาคม 2564

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดป่าสุทธิมงคล อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม

วัดป่าสุทธิมงคล
อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดป่าสุทธิมงคล อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม นามเดิมของท่านชื่อ “โฮม” เกิดในสกุล “ทุ่มโมง” บิดาชื่อ นายเผือก มารดาชื่อ นางบับ ท่านถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๙ ตรงกับปีขาล ท่านเป็นคน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยกำเนิด ซึ่งคนป่าติ้วนี้มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลายรูปมาถือกำเนิดอยู่ เช่น หลวงปู่ดี ฉันโน ,หลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร , หลวงปู่เพียร วิริโย ,หลวงปู่ทองสี กตปุญฺโญ ,หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต , หลวงปู่พวง สุขินทริโย ,หลวงตาสรวง สิริปุญฺโญ ,หลวงปู่บุญมา สุชีโว ,หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม เป็นต้น

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม ท่านจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ใช้ชีวิตอย่างครอบครัวชนบทชาวอีสานทั่วไป คือทำไร่ไถนา แต่ก็ฝึกสมาธิไปด้วย สมัยเป็นฆราวาส หลวงปู่ท่านเคยฝึกสมาธิมาก่อนเป็นเวลา ๑๙ ปี การฝึกนั่งสมาธิครั้งแรกนั้น เป็นวันเพ็ญเดือนหก ซึ่งมีพระอาจารย์จุล วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี มาเทศน์อบรมสอนการนั่งสมาธิให้ญาติโยม พอเทศน์จบ ท่านก็บอกให้ญาติโยมลองฝึกนั่งสมาธิ นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่หลวงปู่เริ่มนั่งสมาธิ พอเริ่มนั่งจิตก็รวมลงอย่างรวดเร็ว และสามารถเดินไปดูถ้ำคูหาสวรรค์ ที่อยู่ จ.ลพบุรีได้ ทั้ง ๆ หลวงปู่ไม่เคยไปที่นั่นเลยสักครั้ง หลวงปู่เดินดูจนทั่วแล้วก็กลับมา สักพักอาจารย์ก็ถามโยมที่นั่งสมาธิว่าเป็นอย่างไร คำตอบของทุก ๆ คนก็คือ บอกว่าจิตไม่สงบ วุ่นวาย ปวดแข้งปวดขาบ้าง แต่พออาจารย์หันมาถามหลวงปู่โฮม หลวงปู่บอกอาจารย์ว่า “เดี๋ยวก่อนอาจารย์ วัดถ้ำคูหาเป็นอย่างนี้ใช่ไหม”แล้วเล่าให้อาจารย์ฟัง พระอาจารย์ถามว่า“ไปตอนไหน” ตอบท่าน“เมื่อกี้” อาจารย์ถามต่อไปว่า “ฝึกนั่งสมาธิมานานยัง”ตอบว่า “เพิ่งฝึกเมื่อกี้นี้” นับว่าเป็นสิ่งที่อัศจรรย์มาก และคงเป็นเพราะบารมีเก่าที่ได้สร้างสมมานาน หลายชาติ จิตถึงรวมได้รวดเร็วขนาดนี้ จากนั้นหลวงปู่เริ่มฝึกสมาธิมาเรื่อย ๆ ไม่ขาดการรู้ธรรมเห็นธรรม ก็เป็นมาเรื่อย ๆ

คืนหนึ่งฝันไปว่าเห็นหลวงปู่จุล วัดถ้ำคูหาสวรรค์มาหา มือถือดอกบัวมาด้วย ๓ ดอก พร้อมพูดว่า“บักหล่าเอาอันนี้ไว้จะได้มีแสงสว่างเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา” เลยรับและกำเอาไว้ พอดีตื่นขึ้นมามือยังกำแน่นอยู่ แต่ในมือไม่มีดอกบัว จึงมานึกดูคำว่า “แสงสว่าง” ก็คือ “ปัญญาในทางธรรม” นั่นเอง

พอปฏิบัติมาจนถึงปีที่ ๙ เดือน ๙ แรม ๙ ค่ำ พอนั่งสมาธิ เกิดเห็นธรรมขึ้นมา รู้เกี่ยวกับการเกิดของคน สัตว์ ไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ เข้าใจโลก บนบก ในน้ำ ในอากาศ เข้าใจอย่างละเอียดว่า มีอะไรบ้างในพื้นโลกที่เป็นส่วนบนบก ในน้ำ ในอากาศก็เช่นเดียวกัน ยังรู้ลึกลงไป อีกว่า ในร่างกาย บัญญัติ ๖๔ อาการ ๓๒ รวมเป็น ๙๖

ต่อมาก็ปฏิบัตินั่งสมาธิเรื่อยๆ ทุกๆ วัน ไม่ท้อถอย จนถึงอายุ ๕๕ ปี ก็เลยพูดกับย่าว่า “อายุ ๖๐ ปี กะบาท (ผม) จะปลงสังขาร” ย่าบอกว่า “อย่าเพิ่งไปเลย ให้อยู่กับลูกหลานก่อน ” หลวงปู่เล่าว่า ชาติก่อน เมียตายเมื่อหลวงปู่อายุ ๕๕ ปี ก็เลยออกบวชเป็นตาผ้าขาวได้ ๕ ปี พออายุ ๖๐ ปี ก็เลยตาย หลังจากตายแล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะอานิสงส์ของการรักษาศีล ๕ ศีล พระอุโบสถ พอสิ้นบุญเลยกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง อยู่ต่อมาพออายุ ๖๐ ปี ก็เริ่มป่วย ปวดตามข้อมือ ปวดตามกระดูก ปวดตามข้อทุกๆ ข้อ เริ่มมีอาการหล่อย (อัมพาตขั้นต้น) ไม่มีเรี่ยวแรง ลูก ๆ จะพาไปหาหมอ ก็ไม่ยอมไป ไม่ยอมกินยา ไม่ไปโรงพยาบาล

ต่อมานอนตอนกลางคืน ฝันเห็นแม่นุ่งขาวห่มขาว (แม่ในอดีตชาติ) แม่ถามว่า “เป็นอะไรลูกถึงนอนอยู่อย่างนี้ ไม่สบายดอกหรือ”ตอบท่านว่า “ลูกจะปลงสังขาร” แม่บอกว่า “ไม่ได้สร้างบารมี ยังไม่พอ ยังไม่จบสิ้น ยังไม่ตาย” แล้วก็พูดว่า “อ้าปากขึ้นกินยาซะ” พอแม่พูดจบ ก็แหงนหน้าขึ้น มองเห็นเม็ดยาเหมือนหยดน้ำ ลอยลงมาจากฟ้า แล้วก็เข้าไปในปาก พอเข้าไปในปาก รู้สึกว่ามีความเย็นตั้งแต่ลำคอถึงกระเพาะ พอกินยาเสร็จ แม่บอกว่า “จะกลับแล้วนะ” พอแม่กลับ ก็ตื่นขึ้นมาสังเกตุอาการก็ยังเย็นอยู่ พอถึงตอนเช้าอาการป่วย อาการปวดในตัวหายไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาอีก ๓ วัน อาการปวดอาการป่วยก็หายขาด ตั้งแต่นั้นมา ไม่เคยป่วยหนักๆ อีกเลย

อยู่ต่อมาเมียมาตาย วันหนึ่งแกว่งเปลหลานอยู่รู้สึกมีอาการร้อนในตัวมาก คือ ร้อนภายในตัว ทั้งภายในและภายนอก พอวันที่สอง อาการร้อนก็ร้อนมากกว่าวันแรก พอวันที่สามยิ่งร้อนกว่าทั้งสองวัน พอร้อนมาก ๆ ก็เลยอธิษฐานว่า “ถ้าจะอยู่ต่อไปขอให้ร้อนมาก ๆ กว่าเดิม แต่ถ้าจะออกบวชให้อาการร้อนหายไป”ความร้อนค่อย ๆ ทุเลาลงจนหายไป ในที่สุดก็เลยตัดสินใจว่า จะบวชแน่นอน ก่อนจะบวชได้เอาหนังสือมาหัดอ่านท่องนาค และอธิษฐานว่า ให้ท่องนาคได้อย่างคล่องแคล่ว ก็เป็นดังคำอธิษฐาน พอท่องได้จึงเลยไปหาพระอุปัชฌาย์ขอบวช พระอุปัชฌาย์บอกว่า “พอดีมีนาคจะบวชอยู่ จะบวชคู่ให้” หลวงปู่บอกว่า“จะขอบวชนาคเดี่ยว” พระอุปัชฌาย์ตกลงจะบวชให้ มีพระร่วมทั้งหมด ๙ รูปในวันบวช

หลวงปู่โฮม ท่านอุปสมบทขณะมีอายุ ๖๘ ปี เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๗ เวลา ๒๐.๒๖ น. ณ พัทธสีมาวัดเทพรังษี ต.หนองคู อ.เมือง จ.ยโสธร โดยมี พระครูบวรคณานุศาสน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิฑูรฐิติคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูโสภณสุทธิวัตร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สังกัดธรรมยุติกนิกาย วัดป่าสุทธิมงคล ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

หลังจากบวชเป็นพระภิกษุแล้ว การเห็นธรรมะก็เกิดขึ้นธรรมดา แต่ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะรู้ และเห็นมาแล้วในตั้งแต่ตอนเป็นฆราวาส แต่ในช่วงต้นพรรษาที่ ๕ หลวงปู่โฮม ท่านนิมิตเห็นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาหา แล้วพูดว่า

“ถ้ารู้แล้วเห็นแล้ว ทำให้ถึงที่สุด”

ในพรรษาที่ ๕ ต้นพรรษา มียมบาลพาพวกสัตว์นรก มาขอฟังธรรมประมาณ ๑๐๐ ตน เห็นจะได้ พอกราบเสร็จก็พากันกลับ สักครู่พวกเทพก็พากันมา นำดอกบัวมาด้วย กะดูประมาณกระเฌอเกวียน พอเอาดอกบัวสักการะแล้วก็พากันจากไป อีกสักพักมีพรหมมาสักการะเสร็จแล้วก็หายไป พอพรหมจากไป มองไปข้างหลัง เห็นเป็นกองๆ อยู่ แต่ไม่ทราบว่ากองอะไร สักครู่ก็มีเทพสององค์เดินเข้ามาที่กอง แล้วก็มาประกอบบันไดทองสูงขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ แหงนหน้ามองดูจนสุดลูกหู ลูกตา บันไดก็หายไป สักพักก็มีราชรถมีเทพนั่งมาด้วยหนึ่งองค์ ราชรถลอยมาจอดข้างกุฏิ ข้าง ๆ ทางเดินจงกรม มองไปที่บนราชรถแล้ว ก็นึกว่าอะไรหนอ เทพก็เลยเอาร่มลงมาจากราชรถแล้วบอกว่า “จะกางร่มให้หลวงปู่” หลวงปู่บอกว่า “ให้กางดู” พอกางร่มเสร็จ ร่มที่กางออกใหญ่มาก สามารถคลุมกุฏิ แล้วคลุมไปถึงบริเวณแถวนั้น พอกางเสร็จ เทพ ร่ม และราชรถก็หายไป

ในพรรษาที่ ๙ วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ เวลา ๖ โมงเย็น หลวงปู่เริ่มเดินจงกรม เที่ยวแรกเดินไปยังไม่ถึงปลายทาง ประมาณสัก ๕ วา อาการที่เกิดขึ้นมันไม่มีความรู้สึกใด ๆ และไม่สามารถอธิบายอาการนั้นได้ เพราะไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหน มันไม่รู้กาลเวลา มันเร็วมาก เพียงเสี้ยววินาทีเดียว ก็เดินจงกรมต่อไป ปรากฏว่า เท้าไม่ถูกดิน เหมือนเดินมาตามยองใยของสำลี เป็นอยู่อย่างนี้ ๓ เที่ยว เดินจะวางเท้าแรง ๆ ก็ไม่ดัง พอเที่ยวที่ ๔ เดินกลับมา เมื่อถึงกลางทางที่เดิน มีอาการขนลุกไปทั้งตัว ก็นึกว่า จะกระทืบลงไป โลกจะต้องสะเทือนแน่ ถ้ายันลงไป พื้นดินจะทะลุลงไปถึงปฐพี พอก้าวขามา อีก ๑ ก้าว จะมีอภินิหารเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากขึ้น จะยันภูเขา ให้เรียบราบไปในพริบตาเดียวก็ยังได้ จิตใจไม่มีความเกรงกลัวต่ออะไรทั้งสิ้น โลกนี้เราจะทำให้มันเป็นอย่างไรก็ได้ทั้งหมด

หลวงปู่โฮม นิมิตไปที่ทุ่งนา ที่นั่นไม่เคยมีหญ้าคา ก็บังเอิญไปมองเห็นตอหญ้าคา ที่เขาตัดต้นเรียบร้อยไปหมดแล้ว แต่ก่อนเรามีเรื่องค้างคา คาเรื่องอะไร เราไม่รู้ แต่รู้ว่า เรามีเรื่องค้างคา มีข้อข้องใจ พอเห็นตอหญ้าคา เราถึงรู้ทันที่ ว่าเราคาอะไร เราคาหญ้าคา เราไม่ได้คาตอหญ้าคา เราจะทำอย่างไรถึงจะถอนรากถอนโคน อันนี้เราก็รู้ว่า มันเป็นกิเลส ต้องมีวิธีต้องมีปัญญาในการถอนรากถอนโคนมันได้ ถ้าถอนตอหญ้าคาได้แล้ว ความสว่างก็จะเกิดขึ้น

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดป่าสุทธิมงคล อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๖ ก่อนตี ๔ ตื่นขึ้นมา แต่ยังไม่ได้ลุกขึ้นจากที่นอน ก็ได้ยินเสียงเทวดาเขาทำวัตรสวดมนต์ เสียงดังก้อง และไพเราะมาก บทสวดว่า…
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา ธรรมใดแล้วอันเป็นบุญ พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ
สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม ธรรมใดแล้วอันเป็นบุญ ธัมมังนะมัสสามิ
สุปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ผู้ภาวนาเป็นแล้วหนีไปไม่กลับมา สังฆังนะมามิ

พอเขาสวดมนต์เสร็จดูนาฬิกาตีสี่พอดี หลวงปู่ก็ลุกขึ้นทำข้อวัตรส่วนตัว เสร็จแล้วก็ออกไปรับบิณฑบาตตามปกติ

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดป่าสุทธิมงคล อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคา พ.ศ.๒๕๕๖ ที่ผ่านมา เมื่อเวลา ๑๐ นาฬิกา หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม ขณะกลับมาจากไปฉีดยาที่โรงพยาบาลยโสธร อีก ๕ กิโลเมตรกำลังจะถึงวัด บริเวณบ้านคำเกิด อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ยางรถได้แตก จึงทำให้รถเสียหลักไปชนกับต้นไม้ริมทางเข้า ตรงตำแหน่งที่หลวงปู่โฮม ท่านนั่งพอดี ทำให้กระดูกขาองค์ท่าน รวม ๒ ข้างหัก ๕ ท่อน และมีอาการบอดช้ำภายใน ซึ่งครูบาซิ่ว พระอุปัฏฐาก (อดีตพระอุปัฏฐากหลวงปู่คำพันธ์ จันทูปโม วัดศรีวิชัย จ.นครพนม ซึ่งในพรรษานี้ ท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าสุทธิมงคล) ท่านได้เล่าว่า.. ปกติแล้วครูบาจะนั่งกับโชเฟอร์ ซึ่งเป็นลูกชายของหลวงปู่โฮมเอง รถนี้ก็เป็นรถใหม่ ออกมาได้ ๓ เดือนเอง แต่วันเดินทางขากลับจากโรงพยาบาลยโสธร หลวงปู่โฮม ท่านเรียกให้ครูบาซิ่ว ไปนั่งกับเณรข้างหลังแทน หลวงปู่จะนั่งหน้า ท่านกล่าวต่อไปอีกว่า หลวงปู่โฮม บอกว่า “เจ้ากรรมนายเวรเขามาทวงเราแล้ว”

หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม “พระอริยสงฆ์ผู้ปล่อยวาง” แห่งวัดสุทธิมงคล อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ละสังขารแล้วเมื่อเช้าตรู่ของวันพุธที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ เวลาประมาณ ๔ นาฬิกา ด้วยภาวะปอดติดเชื้อรุนแรง และติดเชื้อเข้ากระแสโลหิต ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี สิริอายุ ๘๗ ปี ๒ เดือน ๒๑ วัน พรรษา ๒๐

เจดีย์ หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดป่าสุทธิมงคล บ้านคำสร้างบ่อ ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร
อัฐิธาตุ หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดสุทธิมงคล อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร
รูปเหมือน ภายในเจดีย์ หลวงปู่โฮม ญาณธัมโม วัดป่าสุทธิมงคล

ที่มา : ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ ท่องถิ่นธรรม พระกรรมฐาน