วันพฤหัสบดี, 29 กรกฎาคม 2564

พระเทพสุทธาจารย์ (หลวงปู่โชติ คุณสัมปันโน) วัดวชิราลงกรณ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ประวัติและปฏิปทา พระเทพสุทธาจารย์ (หลวงปู่โชติ คุณสัมปันโน) วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร อ.ปากช่อง จ.ครราชสีมา

หลวงปู่โชติ คุณสัมปันโน วัดวชิราลงกรณวราราม

จริยนิสัย ตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส (สมัยเด็ก) เรื่อยมาจนได้บวชเข้ามาในบวรพุทธศาสนา ปฏิปทาก็ไม่เคยเสื่อมคลาย ยังรักษาอยู่เหมือนเดิม ทั้งในที่ชุมชนหรือในกุฏิวัดของท่าน

การกระทําบําเพ็ญตน สมควรแก่การนํามาเป็นเยี่ยงอย่างอันดีงาม ของอนุชนต่อไป ท่านผู้ ปฏิบัติตนในเพศสมณะ อันอุดมนี้คือ หลวงปู่โชติ คุณสัมปันโน

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ท่านเคยกล่าวถึงเสมอๆ เมื่อครั้งที่ท่านยังดํารงชีพอยู่ หลวงปู่โชติ องค์เดียว ที่หลวงปู่ดูลย์ให้ความรัก และเมตตาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กน้อย แบกของเดินตามหลัง เข้า เพ็ญสมณธรรม”

ย้อนภาพอดีตครั้งเมื่อหลายๆ สิบปีที่ผ่านมา ก่อนโน้น หลวงปู่ดูลย์ ในฐานะพระธุดงคกรรมฐานเต็มองค์ เดินธุดงค์โปรดบรรดาญาติโยมในถิ่นบ้านเกิดของท่าน คือจังหวัดสุรินทร์

ในครั้งนั้น ได้มีอุบาสิกาที่เคร่งครัด ศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาคนหนึ่ง ชื่ออุบาสิกา เหรียญ เมืองไทย อุบาสิกาท่านนี้ ไม่เคยขาดการมาฟังพระธรรม เทศนา และอบรมธรรม กับหลวงปู่ดูลย์เลยสักวันเดียว

และในทุกครั้งที่มาสํานัก ที่หลวงปู่อยู่บําเพ็ญสมณธรรม อุบาสิกาเหรียญ จะต้องนําบุตรชายของตน ชื่อ เด็กชายโชติ เมืองไทย มาด้วยทุกครั้ง

การมาวัด ได้อยู่ใกล้กับพระภิกษุสงฆ์ทุกวัน ๆ ยิ่งนานวันเข้า ก็คิดไม่กลับบ้าน อยากอยู่ กับ หลวงปู่ดูลย์เพื่อปรนนิบัติรับใช้ครูบาอาจารย์

ปกติแล้ว เด็กชายโชติ มีนิสัยรักความสงบ ใจบุญสุนทาน เรียบร้อยด้วยวาจามารยาท สิ่งที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเด็กชายโชติ ที่ยังไม่เปิดเผยแก่ใครๆรู้ คือ การที่ตนระลึกชาติได้อย่างแม่นยำ ในอดีตที่ผ่านมา

ความอันลึกลับ จําอดีตชาติได้นี้เอง ทําให้ผู้เป็นเจ้าของสังขาร เป็นผู้หมดบาปกรรม ไม่กล้าก่อเวรอีกต่อไป ซึ่งก็นับว่า เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่กําลังสิ้นเวรกรรม ในชาติปัจจุบัน

แต่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ และสงสัย อยากรู้อยากเห็น หรือจะพูดว่า ผู้คนจํานวนล้านคน จะมีผู้ไม่สงสัยเลย ไม่เกิน ๑ คน ในเรื่องเช่นนี้ ผู้ยังมีความสงสัยอยู่นั้น จงเข้าใจได้เลยว่า ยังเป็น ผู้ไม่สิ้นกรรม ยังจะสร้างกรรมต่อไปอีกนาน เพราะอวิชชาบัง จิตใจไว้นั้นเอง…

นามเดิมของท่านชื่อ โชติ เมืองไทย เกิด ณ บ้านกะทบ ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์

ท่านเป็นบุตรคนสุดท้องของ นายแป๊ะ เมืองไทย และ นาง เหรียญ เมืองไทย และก่อนเกิดมา มารดาของหลวงปู่โชติ แพ้ท้องเหมือนสตรีที่ตั้งครรภ์ทั่วๆ ไปเหมือนกัน แต่ว่าแปลก แตกต่างกันมาก ดังกับฟ้าดิน ซึ่งปกติโดยทั่วไป คนตั้งครรภ์ มักจะชอบกินเปรี้ยว กินหวานมันเค็ม จุกจิกต่าง ๆ

ส่วนนางเหรียญมิได้เป็นเช่นนั้น อาการแพ้ท้องในครั้งนี้ อยากทําบุญสุนทาน ถือศีล บำเพ็ญภาวนา เข้านมัสการครูบาอาจารย์ ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันๆ

ชีวิตในเยาว์วัยของเด็กชายโชติ ก็ไม่ได้โลดโผนโจนทะยาน เหมือนเด็กๆอื่น เขาชอบเก็บตัวเงียบสงบ กิริยามารยาทเรียบร้อย มีใจที่โน้มเอียงไปทางธรรมะมากที่สุด

และปกติแล้ว นางเหรียญ ผู้มารดาก็ชอบทําความสงบ บําเพ็ญคุณงามความดี ฟังธรรมอบรมธรรม กับครูบาอาจารย์อยู่เป็นนิตย์ และได้นําเด็กชายโชติ เมืองไทย ซึ่งบัดนี้มีอายุได้ ๑๒ ปี แล้ว ติดตามมาวัดป่า ฟังธรรมด้วย

การมาอยู่ใกล้กับพระภิกษุสงฆ์นี้ เป็นเหตุให้เด็กชายโชติ ไม่อยากกลับบ้านเสียแล้ว เพราะ การที่ได้มาอยู่วัดนั้นเป็นนิสัยที่ตนรักปรารถนาอยู่มาก นอกจากความสงบเงียบแล้ว ก็ยังได้ประพฤติ ปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุยังน้อยนั้นด้วย

ต่อมา นางเหรียญ ผู้เป็นมารดา ได้ถวายบุตรชายของตนแก่ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เสียเลยเมื่ออายุอันควรที่จะบวชเรียนได้แล้ว หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ได้บรรพชาให้สามเณรโชติ เมืองไทย ซึ่งเป็นคนแรกเลยทีเดียว

สามเณรโชติ เป็นคนที่มีความเคารพ กตัญญูรู้คุณครูบาอาจารย์ มีความขยันขันแข็งเรียบร้อย ว่าง่ายสอนง่าย เป็นที่รักเอ็นดูของ หลวงปู่ดูลย์ เป็นอันมาก

สามเณรโชติ ท่านได้อยู่ปฏิบัติธรรม กับหลวงปู่ดูลย์ ออกติดตามหลวงปู่ดูลย์ เดินธุดงคกรรมฐาน ในที่ต่างๆ มาโดยตลอด ความรู้ความก้าวหน้าทางด้านจิตใจมีมาก แก่กล้าขึ้นโดยลําดับ

การเดินธุดงค์ สามเณรโชติ ได้ติดตามหลวงปู่ดูลย์ ไปทางเขาพระวิหาร เข้าประเทศเขมร ไปปักกลดอยู่ท่ามกลาง ดงเสือ ช้าง หมีชุกชุมมาก ชาวสุรินทร์เอง เวลาไปคล้องช้าง ก็จะต้องเดินไปทางนี้ เพราะมีช้างมาก

ณ เส้นทางนี้เอง หลวงปู่โชติ ท่านเล่าเหตุการณ์สมัยเป็นสามเณร ได้ติดตามไปกับพระอาจารย์ของท่าน หลวงปู่ดูลย์ ถูกควายป่า วิ่งเข้าชนข้างหลัง ขวิดหลวงปู่กลิ้งไปมาจนจีวรขาดรุ่งริ่งไปหมด แต่ตัวของหลวงปู่ดูลย์ ไม่เป็นอะไรเลยอย่างน่าอัศจรรย์

ต่อมาหลวงปู่ดูลย์ ได้นําตัวของสามเณรโชติ มาฝากไว้ที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา เพื่อ ศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดนี้

เมื่ออายุครบบวช ท่านได้ อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดสุทธจินดา ได้รับฉายาว่า “คุณ สัมปันโน

หลวงปู่โชติ ได้รับสมณศักดิ์ และตําแหน่งต่างๆ จากพระสมุห์ มหา พระครู พระธรรมฐิติญาณ พระราชสุทธาจารย์ ในตําแหน่งสูงสุดของท่านได้เป็น พระเทพสุทธาจารย์

การปฏิบัติธรรมนั้น หลวงปู่โชติ มีความแก่กล้ามั่นคงใน ธรรมปฏิบัติ เคร่งครัดต่อพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง

และด้วยปฏิปทาอันบริสุทธิ์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ของหลวงปู่เองประกอบกับวาสนาบารมี ท่านจึงได้รับเลือกนิมนต์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นองค์แรก (หลวงปู่โชติ คุณสัมปันโน ท่านเป็นพระอริยเจ้า ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ดําเนินตามธรรมคําสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ ผู้สืบมรดกธรรม ซึ่งมีหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ไว้อย่างมั่นแม่น ไม่ลืมเลือน

จริยวัตรของ หลวงปู่โชติ เป็นความปกติของจิต ไม่มีการเสแสร้ง เคร่งขรึมด้วยจริตตึงเปรี้ยะ จนเกือบขาด

แต่ความปกติของท่านนั้น เป็นความจริงที่ได้รับการอบรมบ่มนิสัยมาดีงามแล้ว เป็นความพอ ดีของพระอริยเจ้าพระองค์นี้

เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๗ ท่านได้อาพาธด้วยโรคดีซ่าน แล้วเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงรับไว้เป็นคนไข้ของพระองค์ จวบจนถึงกาลมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๑๗