วันศุกร์, 17 กันยายน 2564

หลวงปู่เข็ม สุชีโว วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ) อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่เข็ม สุชีโว

วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)
อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี

พระครูสุชีพภาวนาภิวัตร (หลวงปู่เข็ม สุชีโว) วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)
พระครูสุชีพภาวนาภิวัตร (หลวงปู่เข็ม สุชีโว) วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)

หลวงปู่เข็ม สุชีโว ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งในเขตจังหวัดอุบลราชธานี โยมบิดาของท่าน เคยได้อุปัฏฐากหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ถือว่าท่านถือกำเนิดในครอบครัวสัมมาทิฏฐิ องค์ท่านเองออกบวชตั้งแต่อายุ ๑๙ กับหลวงปู่คำ สุมังคโล (ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล) วัดสุมังคลาราม บ้านเศรษฐี อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ต่อมาท่านออกเดินธุดงค์ไปพักปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่สิงห์ทอง ปภากโร แห่งวัดป่าสุนทราราม บ้านกุดแห่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร

หลวงปู่คำ สุมังคโล วัดสุมังคลาราม บ้านเศรษฐี
หลวงปู่คำ สุมังคโล วัดสุมังคลาราม บ้านเศรษฐี

หลังอุปสมบท ท่านไปจำพรรษาศึกษาธรรมกับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต ที่วัดบรรพตคีรี(ภูจ้อก้อ) จ.มุกดาหาร ,หลวงปู่บัว เตมิโย วัดหลักศิลามงคล จ.นครพนม , หลวงปู่สีธน สีลธโน วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย , หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี และครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นที่ได้เคยไปพักภาวนาแต่ไม่ได้ร่วมจำพรรษาอีกมากมายหลายท่าน ท่านจึงได้รับประสพการณ์ภาวนาและข้อวัตรที่งดงามจากสำนักต่างๆ ก่อนมาสร้างวัดป่าโนนนิเวศน์แห่งนี้

พระครูสุชีพภาวนาภิวัตร (หลวงปู่เข็ม สุชีโว) วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)
พระครูสุชีพภาวนาภิวัตร (หลวงปู่เข็ม สุชีโว) วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)

ปัจจุบัน พระครูสุชีพภาวนาภิวัตร หรือ หลวงปู่เข็ม สุชีโว ท่านจำพรรษาที่ วัดป่าโนนนิเวศน์ บ้านห้วยซันเหนือ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี
ท่านมีอายุ ๗๕ ปี พรรษา ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๖๔)

พระครูสุชีพภาวนาภิวัตร (หลวงปู่เข็ม สุชีโว) วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)
หลวงปู่เข็ม สุชีโว วัดป่าโนนนิเวศน์ (บ้านห้วยซันเหนือ)

◎ โอวาทธรรมคำสอน หลวงปู่เข็ม สุชีโว

“..ชีวิตคือ ลมหายใจ คุณค่าของชีวิต คือการทำกายและจิตให้ดี เป็นประโยชน์ ตนและประโยชน์ผู้อื่น..”

“..องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำชับให้ยินดีและภูมิใจในความเป็นมนุษย์ที่ไม่ใบ้บ้าของตน ธรรมที่พระองค์ทรงสั่งสอนไว้ ไม่ว่าจะเป็นเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย พวกเราสามารถเข้าถึงธรรมเหล่านั้นได้ทุกระดับ ฐานรับรองคุณธรรม พวกเรามีพร้อมแล้ว นั่นก็คือความเป็นมนุษย์ อย่าไปดูถูกตนเองว่าไม่มีวาสนา ธรรมะสูงเกินไป แล้วก็ละเลยไม่ทำอะไร คิดอย่างนี้มันไปปิดกั้นตัวเอง..”

“..กิเลส เป็นเครื่องเศร้าหมองของใจ เป็นหัวเชื้อสำคัญของการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดก็ต้องชำระกิเลส
การชำระกิเลสชำระที่ใจ เพราะกิเลสอยู่ที่ใจ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เป็นรากเหง้าของกิเลสทั้งปวงก็อยู่ที่ใจ..”

“..การพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง ก็จะเห็นว่าไม่ใช่เรา รูปร่างหน้าตาแบบนี้มันเป็นเราโดยสมมุติ แต่ความจริงไม่ใช่เรานะ อย่างลูกเราไม่ใช่นะ เป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เฉยๆ มันปรุงกันขึ้น แต่ว่าโดยสมมุติเป็นลูกเรา โดยปรมัติไม่ใช่ลูกเรา การพิจารณาก็จะเข้าถึงความจริงว่าเป็นธาตุดินน้ำลมไฟประชุมกันขึ้นเฉยๆ มีจิตใจเข้าไปอยู่ในร่างกายนั้น

ก็นำไปพิจารณาใคร่ครวญ เราก็จะเห็นว่าความรู้ที่เกิดจากการใคร่ครวญนั้น ทำให้เราเห็นตามความเป็นจริง มันก็จะผ่อนคลาย มันไปชำระอวิชชา ความไม่รู้จริงของใจได้ ฉะนั้นปัญญาจึงเป็นหลักสำคัญเพื่อเข้าถึง ถอดถอนกิเลสเครื่องเศร้าหมองของใจนี้ ท่านจึงว่าจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ปัญญาจะทำให้จิตของตนบริสุทธิ์..”

ที่มา : ขอบอบคุณข้อมูลจากเพจ ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน