วันพฤหัสบดี, 7 กรกฎาคม 2565

หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย วัดดานนกเขียน ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธ์

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย

วัดดานนกเขียน
อ.คำม่วง จ.กาฬสินธ์

หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย วัดดานนกเขียน ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธ์
หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย วัดดานนกเขียน ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธ์

หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย วัดดานนกเขียน ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พระสุปฏิปันโน ผู้หลีกเร้น ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ สันโดษ ยินดีในเสนาสนะอันสงัด

หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบผู้รักสันโดษ ณ วัดดานนกเขียน ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ท่านมาอยู่ที่วัดนี้ผู้เดียวสามสิบปีแล้ว เพราะท่านรักสันโดษ ไม่ชอบคลุกคลีกะหมู่คณะ ท่านว่า คนเยอะมันยุ่ง พระกะมาจากลูกชาวบ้าน ต่างจิตต่างใจกัน พระไม่มีธัมโม พอสนิทกันก็เอาแต่คุยกันสนุกสนานเป็นโลกไปหมด อยู่ภาวนาผู้เดียวไม่ข้องกับใครดีที่สุด เรื่องอาหารการขบฉันก็ไม่ต้องห่วง ท่านอยู่ง่ายกินง่าย ไม่กินมาก อาศัยแค่ชาวบ้านบิณฑบาตนิดเดียวก็เพียงพอแล้ว บางทีก็อดอาหารภาวนาบ้าง สบายธาตุขันธ์ดี ไม่ทุกข์ไม่ร้อนไม่รบกวนใคร ท่านว่า…โลกาภิวัฒน์ แปลว่าคนวิ่งไปตามโลก ไม่มีใครอยู่กับที่ โลกเขาเจริญไป มันวิ่งไปก็วิ่งตามโลกไม่หยุดนิ่งนะ พระกัมมัฏฐาน พระอยู่ในป่าท่านหยุดนะ เพราะฉะนั้นพระกัมมัฏฐานอยู่ใกล้บ้านไม่ได้ ต้องไปอยู่ป่า มันสงบนะ ท่านเล่าว่าแต่ก่อนก็เคยไปภาวนาวิเวกอยู่กับครูบาอาจารย์อย่าง หลวงปู่ลี กุสลธโร , หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร ก็เคยได้ไปอยู่ร่วมกับท่านมาก่อน ถึงเวลาเราก็ออกมาปฏิบัติเอง หลวงปู่สมกอง ท่านมีความสนิทคุ้นเคยดีกับหลวงปู่แนน สุภัทโท วัดซำขามถ้ำยาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ท่านเคยเกื้อกูลธรรมกันมา (หลวงปู่แนน ท่านละสังขาร​ไปแล้ว)
หลวงปู่สมกอง ญาณาสโย ปัจจุบันท่านมีอายุ ๗๕ ปี​ ๕๕​ พรรษา​ (๑๐​ ธันวาคม​ พ.ศ.๒๕๖๔​)

บุคลิกท่านดูเปรียว คล่องแคล่ว อาจหาญ พูดจาตรงๆ ดูโพงพาง แต่แฝงไปด้วยความเมตตา ท่านสอนว่า..

“อย่าไปย่านตาย(กลัวตาย) ย่านไม่ย่านก็ตายกันอยู่ดี ถ้ายังย่านตายก็ยังภาวนาไม่ได้ ให้กล้าสู้ กล้าตาย”

และยังสอนอีกว่า…

“ถ้าตนเองไม่มีตนแล้วพึ่งตนเองไม่ได้ กุศลแปลว่าฉลาด ความฉลาดแหละเป็นที่พึ่งของมนุษย์ ถ้าเราไม่ฉลาดวันไหน เราก็ไม่ปลอดภัยหล่ะ มีทุกข์ทั้งนั้นแหละ การภาวนาก็คือการฝึกใจของตนเองให้มีปัญญา ถ้ามีปัญญาแล้วก็มีความฉลาด สามารถรักษาตนเองได้เลย ไม่ต้องมีใครมาบอกอีก ศาสนานี้เป็นอกาลิโกนะ อกาลิโกแปลว่าให้ผลตลอดกาล นั่งอยู่ นอนอยู่ กินอยู่ยังให้ผลได้ ถ้าใครเข้าถึงศาสนาแล้ว พึ่งตนเองได้เลย คิดว่าจะทำอะไรแล้ว สำเร็จไปได้เลย ถ้าคนพึ่งศาสนาไม่เป็นนี่ตายเลยนะ ขาดทุนเลย ศาสนานี้เป็นศาสนาที่ต้องพึ่งตนเอง พระพุทธเจ้าท่านว่า ถ้าผู้ใดใจมีศาสนา ระลึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ แม้จะอยู่ถึงขอบโลก ก็ยังกราบถึงท่านได้ เพราะบารมีของพระพุทธเจ้านี้อยู่ครอบโลกเลย อยู่ที่ไหน ถ้าใจมีพุทโธ ธัมโม สังโฆก็ถึงพระพุทธเจ้าเหมือนกัน ..”

ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน