วันพฤหัสบดี, 22 กุมภาพันธ์ 2567

หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม​

วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน
อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม) วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม) วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม) วัดรัตนวันบ้านสระแคน พระเกจิเรืองวิทยาคมยุคเก่าแห่งเมืองมหาสารคาม

◉ ชาติภูมิ
พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม) วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน เกิดเมื่อวันที่​ ๑๒ ตุลาคม​ พ.ศ.๒๔๓๔​ ที่บ้านซองแมวตำบลเหล่า​ อำเภอธวัชบุรี​ จังหวัดร้อยเอ็ด

เมื่ออายุได้​ ๑๕​ บรรพชาอยู่ที่วัดบ้านซองแมว​ ได้ศึกษาวิชาความรู้อยู่วัดนั้นเป็นเวลา ๔ ปีก็ลาสิกขาบท ระยะที่ท่านลาสิกขาบทมานั้นมารดาของท่านก็ได้ถึงแก่กรรม​ บิดาจึงได้พาอพยพไปอยู่ที่อำเภอโกสุมพิสัยจังหวัดมหาสารคาม​ เมื่อบิดามีภรรยาใหม่ท่านได้จากบิดาไปอยู่กับญาติ​ และได้พักอาศัยอยู่กับญาติเป็นเวลาปีเศษ​ ต่อมาท่านมีความปรารถนาที่จะหันเข้ามาสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์​ การตัดสินใจแล้วคณะญาติพี่น้องก็ไม่มีการขัดข้องแต่ประการใด​ และได้จัดการอุปสมบทให้ตามความประสงค์

◉ อุปสมบท
หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม อุปสมบทเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน​พ.ศ ๒๔๕๗ ณ​ พัทธสีมาวัดบ้านหนาด​ ตำบลเหล่า อำเภอธวัชบุรี​ จังหวัดร้อยเอ็ด​ เมื่ออุปสมบทแล้วนามฉายาว่า​ “พระพวง​ กนฺตธมฺโม” ในปีต่อมาหลวงพ่อได้ย้ายมาศึกษาเล่าเรียนที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย​ จังหวัด​มหาสารคาม​ และที่อื่นๆ​ อีกอาจารย์ที่มีวิชาความรู้ทางสนธิ์​ มูลเดิมในสมัยนั้นเป็นสมัยที่นิยมเรียนสนธิ์เรียนมูล​ (มูลกัจจายน์)​ ท่านหลวงพ่อยังมีความรู้ทางนี้เป็นอย่างดี​ เพราะเหตุที่ว่าท่านได้เรียนสนธิ์เรียนมูลเป็นเวลาหลายปี​

เมื่อปี​ พ.ศ.๒๔๖๐​ ท่านจะย้ายไปจำพรรษาที่อำเภอสหัสขันธ์​ เพื่อไปบำเพ็ญเพียร​ เรียนวิปัสสนากรรมฐาน​ เช่น​ หลวงพ่อ​ได้นั่งวิปัสสนาที่ป่าภูพาน​ อำเภอ​สหัสขันธ์​ จังหวัด​กาฬสินธุ์​ นอกนั้นท่านยังได้ไปที่​ือื่น​ อีกหลายจังหวัด​ หลังจากนั้นท่านก็ได้กลับมายังบ้านเดิม​ ที่บ้านซองแมว​ พักจำพรรษาอยู่ที่นั้นเป็นเวลา ๔ ปี​ ระยะที่ท่านมาอยู่บ้านเดิมนั้น​ มีผู้เคารพนับถือมาก​ ประชาชนในถิ่นนั้นต่างก็มีความเลื่อมใสในคุณธรรมของหลวงพ่อ​ พ่อหลวงพ่อมีปฏิปทาน่าเลื่อมใส​ บริบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร​ น่าเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อปี​ พ.ศ.๒๔๖๐​ ท่านจะย้ายไปจำพรรษาที่อำเภอสหัสขันธ์​ เพื่อไปบำเพ็ญเพียร​ เรียนวิปัสสนากรรมฐาน​ เช่น​ หลวงพ่อ​ได้นั่งวิปัสสนาที่ป่าภูพาน​ อำเภอ​สหัสขันธ์​ จังหวัด​กาฬสินธุ์​ นอกนั้นท่านยังได้ไปที่​ือื่น​ อีกหลายจังหวัด​ หลังจากนั้นท่านก็ได้กลับมายังบ้านเดิม​ ที่บ้านซองแมว​ พักจำพรรษาอยู่ที่นั้นเป็นเวลา ๔ ปี​ ระยะที่ท่านมาอยู่บ้านเดิมนั้น​ มีผู้เคารพนับถือมาก​ ประชาชนในถิ่นนั้นต่างก็มีความเลื่อมใสในคุณธรรมของหลวงพ่อ​ พ่อหลวงพ่อมีปฏิปทาน่าเลื่อมใส​ บริบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร​ น่าเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง

ครั้นต่อมาได้ออกจากวัดบ้านซองแมว​ มาจำพรรษาที่วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน​ ซึ่งสมัยนั้นสังกัดอยู่ตำบลเมืองเตา​ และต่อมาแยกไปสังกัดอยู่ตำบลหนองบัวแก้ว​ และปัจจุบันนี้แยกอยู่ในเขตปกครองตำบลราษฎร์เจริญ​ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย​ จังหวัดมหาสารคาม​ ขณะที่มาอยู่วัดบ้านสระแคนนั้นท่านยังยึดมั่นในการเดินกรรมฐาน​ แล้วเจริญวิปัสสนาอยู่เป็นประจำ ท่านเป็นผู้มีศีลาจารวัตรอันงดงาม​ น่าเคารพบูชา​ น่าเลื่อมใส​ ท่านประดุจร่มโพธิ์ร่มไทร​ มีน้ำใจประกอบด้วยพรหมวิหารธรรม​ ให้ความอบอุ่นและอุปการะแก่ศิษยานุศิษย์​ด้วยดีตลอด​มา​

◉ ตำแหน่ง​ที่ได้รับ
๑.พ.ศ.๒๔๗๔​ ได้รับแต่งตั้ง​เป็น​เจ้าอาวาสวัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน
๒.พ.ศ.๒๔๘๔​ ได้รับแต่งตั้ง​เป็น​เจ้าคณะ​ตำบล​เมืองเตา
๓.พ.ศ.๒๕๐๐​ ได้รับพระราชทาน​สมณศักดิ์​เป็น​ “พระครู​สังฆกิจ​พิเชษฐ์

ตลอดเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดรัตนวันเจ้าคณะตำบลเมืองเตา,เจ้าคณะตำบลหนองบัวแก้ว
ท่านได้รับธุระหน้าที่ทางพระศาสนา​ เป็นภาระอบรมสั่งสอนประชาชน​ ให้การบรรพชา​อุปสมบท​ ช่วยบำรุงวัดวา​ศาสนา​ และปกครองคณะสงฆ์ด้วยดีตลอดมา​ ผลงานที่ท่านบำเพ็ญมานั้นพอจะแยกประเภทและสรุปกล่าวได้ดังนี้:-

◉ การปกครอง
ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดรัตนวันเจ้าคณะตำบลหนองบัวแก้ว​ ได้ให้ความอบอุ่นแก่พระภิกษุ​สามเณร​ผู้อยู่ใต้การปกครองฉันบิดาปกครองบุตร ยึดพรหมวิหารธรรม​เป็น​หลัก​ รักระเบียบเคร่งครัด​ขัดต่อวินัย​ ผู้อยู่ใต้ปกครองจึงมีความเคารพยำเกรงเป็นอย่างดี​

ทำให้การปกครองดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยไม่ค่อยมีความยุ่งยากเกี่ยวกับการศสอน​ พ่อขาดครูผู้ทำการสอนแต่ท่านก็ไม่ละความพยายาม​ ตั้งใจจะเปิดแผนกบาลีให้ได้​ ท่านจึงส่งศิษย์​ของ​ท่านไปเรียนแผนกบาลี​ ณ​ สำนักเรียนต่างจังหวัด​ จนสอบได้เป็นสามเณรเปรียญ​ มหาเปรียญ และสอบได้เปรียญสูงๆก็มีมาก​ เมื่อท่านมีลูกศิษย์เป็นมหาเปรียญมากแล้ว​ ปัญหาการขาดแคลนผู้สอนบาลีจึงหมดไป​ และท่านได้เปิดทำการสอนแผนบาลีขึ้นที่วัดรัตนวันตั้งแต่บัดนั้น​มา​ จนถึงปัจจุบันนี้ มีสอนทั้งแผนกธรรมและบาลี​ แต่ละปีมีพระภิกษุสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนเป็นจำนวนมาก​

ท่านเป็นผู้รับอุปถัมภ์ให้ทุนบำรุงการศึกษา​แก่พระพระภิกษุสามเณร​ ตลอดทั้งอำนวยความสะดวกต่างๆทั้งขณะเรียน​ และเดินทางไปสอบ ท่านจัดหาอุปกรณ์​การสอบให้​ ออกค่าพาหนะเดินทางให้ด้วย นับว่าท่านเป็นผู้ส่งเสริม​ อุปถัมภ์บำรุงการศึกษาเป็นอย่างดี​

◉ การเผยแผ่
อบรมประชาชนให้ตั้งอยู่ในศีลธรรม​ ชักชวนให้ทำบุญกถศลสร้างถาวรวัตถุไว้ในพระพุทธศาสนา​ สอนให้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามไว้มิให้เสื่อมสูญ​ ด้วยเหตุที่ท่านเป็นผู้มีปฏิปทาน่าเลื่อมใสดังกล่าวมาแล้ว​ จึงทำให้ประชาชนเคารพและเลื่อมใสในคำสอนของท่าน​ ท่านจะชักชวนทำอะไรก็เป็นไปตามประสงค์ทุกประการ​ เช่น การชักชวนให้ทำบุญกุศลและสร้างถาวรวัตถุไว้ในบวรพระพุทธศาสนา​ เป็น​ต้น

◉ การสาธารณูปการ
ท่านมีความสนใจในแผนกนี้มาก​ ได้เอาใจใส่ซ่อมแซมเสนาสนะ และสร้างถาวรวัตถุไว้ดังนี้
๑.สร้างพระอุโบสถ​ ขึ้นที่วัดรัตนวัน​ ๑​ หลัง
๒.สร้างศาลาการเปรียญ ที่วัดรัตนวัน​ ๑​ หลัง
๓.เจาะบ่อน้ำ​ ที่วัดรัตนวัน ๑ บ่อ

◉ ปัจฉิมวัย
ท่านพระครูเป็นผู้ที่พุทธศาสนิกชนเคารพนับถือมาก​ แม้แต่ประชาชนที่อยู่ถิ่นไทยก็มีความเลื่อมใสศรัทธาท่าน​ จึงได้รับนิมนต์ไปร่วมพิธีกรรมทางศาสนาอยู่เป็นประจำ​ ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ประกอบกับความขราด้วย​ สุขภาพของท่านจึงเริ่มทรุดโทมลงๆ​ แล้วท่านเริ่มมีอาการไม่สบายเกิดขึ้น​ เมื่อเดือนมกราคม​ พ.ศ.๒๕๑๔ อาการป่วยของท่านก็ทวีขึ้นทุกที​ เรื่องของท่านก็ค่อยๆ หมดไปทีละน้อย ปลายเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๑๔​ ก็ยิ่งทรุดหนักลง​ แต่จิตใจของท่านยังเข้มแข็งอยู่​ ท่านคงรู้อยู่ในตัวท่านแล้วปีนี้คงไม่รอดแน่​ ท่านจึงคิดทำบุญสังฆทานเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต​ และอุทิศ​ส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไป​ โดยจะซื้อผ้าไตร​ ๑๔ ไตร และ ปัจจัยไทยทานอื่นๆอีกมากมาย​ เพื่อถวายพระเถระ พระสังฆาธิการ ตลอดทั้งสามเณรที่อยู่ในวัด

วัดรัตนวัน บ้านสระแคน จ.มหาสารคาม
วัดรัตนวัน บ้านสระแคน จ.มหาสารคาม

หลังจากที่ท่านทำบุญสังฆทานเสร็จแล้ว คงเป็นเพราะ​ ผลบุญช่วยอาการป่วยจึงเริ่มทุเลาลง​ เป็นเวลาประมาณเดือนกว่า ในระยะนี้ญาติโยมมานิมนต์ท่านไปร่วมในงานทำบุญหลายแห่ง แทบไม่ได้อยู่วัดเลย ทั้งๆที่อาการป่วยก็ยังไม่หายขาด​ เพียงแต่พอไปได้มาได้เท่านั้น​ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาค พ.ศ.๒๕๑๔ กลับจากงานบ้านโนนแคน​ และมาพักที่​ วัดพยัคฆภูมิวราราม (วัดนอก)​ อาการป่วยก็ค่อยทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน​ ท่านได้พักเพื่อรับการรักษาพยาบาลที่วัดนี้เป็นเวลาเดือนกว่า

ในวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๖ ญาติโยมบ้านสระแคนได้พร้อมกันมามานิมนต์ท่านกลับด้วยรถยนต์​ เพราะวันแรม ๓ ค่ำเดือน ๖ เป็นวันงานอุปสมบท​ หลังจากอุปสมบทแล้วอาการป่วยก็ทรุดลงอย่างไม่ลดละ​ ฉันอาหารไม่ค่อยได้ หมอก็ได้ให้การรักษาพยาบาลอย่างสุดความสามารถ​

พอถึงวันที่ ๘-๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๔​ ท่ามกลางพระภิกษุสามเณรและญาติโยมที่มีความเศร้าสลดเป็นอย่างมาก​ ต่างก็เฝ้าดูอาการของท่านอย่างเงียบสงัด​ ขณะนั้นท่านจึงพูดออกมาว่า “ไปไม่รอดเสียแล้ว” ขอให้ศิษยานุ​ศิษย์​ทั้งหลาย​ ตลอดญาติโยมลูกหลาน​ จงพากันยึดมั่นในพระพุทธศาสนา​ รักษาศีล​ ให้ทานไปเถิด​ แล้วช่วยเก็บศพหลวงพ่อให้ดีด้วย​ เสร็จแล้วท่านก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย​

รุ่งขึ้นวันที่ ๑๐ มิถุนายน​ ๒๕๑๔​ เวลา​ ๐๙.๓๕​ น.​ หลวงพ่อสิ้นลมหายใจไปท่ามกลางความเศร้าสลด​ และสังเวชแก่บรรดาพระภิกษุสามเณรและญาติโยมที่เฝ้าปฏิบัติอยู่​ รวมอายุของท่านได้​ ๘๐​ ปี​ พรรษา ๕๗​

​​

รูปเหมือนบูชา พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม) วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
รูปเหมือนบูชา พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง​ กันต​ธัมโม) วัดรัตนวัน​ บ้านสระแคน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

◉ ด้านวัตถุมงคล
วัตถุมงคลของ หลวงปู่พวง เป็นสุดยอดปรารถนา ของบรรดาเซียนพระและนักสะสม โดยเฉพาะ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่พวง วัดรัตนวัน รุ่น ๑ จัดสร้างในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ด้วยความเข้มขลังของหลวงปู่ ทำให้เหรียญรุ่นนี้มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน อาทิ เมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ลาภผลพูนทวี มั่งมีศรีสุข

เหรียญ พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง) วัดรัตนวัน รุ่น๑ จ.มหาสารคาม
เหรียญ พระครูสังฆกิจพิเชษฐ์ (หลวงปู่พวง) วัดรัตนวัน รุ่น๑ จ.มหาสารคาม

เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่พวง รุ่น ๑ วัดสระแคน ได้จัดสร้างเพื่อมอบให้ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่บริจาคร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างสาธารณูปโภคสาธารณูปการในวัด เป็นเหรียญทองแดงผิวไฟ รูปไข่ จำนวน การสร้างไม่น่าจะเกิน ๕,๐๐๐ เหรียญ

ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงปู่พวงครึ่งองค์ เริ่มจากด้านซ้ายของเหรียญโค้งขึ้นไปด้านบนลงไปถึงขอบเหรียญด้านขวา เขียนว่า “พระครูสังฆกิจพิเชษฐ วัดรัตนวัน จ.มหาสารคาม” และบริเวณใต้ตัวหนังสือเขียนว่า “รุ่น ๑

ด้านหลังของเหรียญเป็นคาถาตัวขอมลาวแถว ๔ แถว แถวที่ ๑ เขียนว่า “นะ มะ พะ ทะ” แถวที่ ๒ เขียนว่า “มะ พะ ทะ นะ” แถวที่ ๓ เขียนว่า “พะ ทะ นะ มะ” และแถวที่ ๔ เขียนว่า “ทะ นะ มะ พะ” เป็นคาถาปราบเจ้าที่เจ้าภูมิแข็งและปราบสิ่งอัปมงคลทั้งปวง

เหรียญรุ่นนี้หลวงปู่พวงประกอบพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสก ๑ ไตรมาส ด้วยความที่หลวงปู่พวง มีพลัง จิตที่แก่กล้า เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ พุทธคุณเหรียญจึงโดดเด่นรอบด้าน

คณะศิษยานุศิษย์ หรือผู้ที่ห้อยเหรียญหลวงปู่รุ่นนี้ต่างมีประสบการณ์มากมาย รถคันใดที่แขวนเหรียญหลวงปู่พวงหรือติดรูปถ่ายของท่านไว้หน้ารถ จะแคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุหรือผ่อนหนักเป็นเบาอย่างน่าอัศจรรย์

ขอขอบคุณข้อมูล​จาก​ หนังสืออนุสรณ์​งานพระราชทาน​เพลิงศพ
​อาจารย์​อ๊อด​ ศิลา​อาสน์, พระพิษณุ​ แพง​สร้อ​ยน้อย