วันจันทร์, 20 พฤษภาคม 2567

หลวงปู่บุญมา สุชีโว พระมหาเถระผู้สันโดษและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย

ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่บุญมา สุชีโว วัดสามัคคีสิริมงคล (วัดป่าสุขเกษม) บ้านสุขเกษม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

หลวงปู่บุญมา สุชีโว วัดป่าสามัคคีศิริมงคล (วัดป่าสุขเกษม) บ้านสุขเกษม จังหวัดหนองบัวลำภู

หลวงปู่บุญมา สุชีโว พระมหาเถระผู้สันโดษและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย

ศิษย์ในองค์หลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู มีสหธรรมมิกคือ หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ แห่งวัดศรีฐานใน จ.ยโสธร

หลวงปู่บุญมา ท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ตรงกับวันแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก จุลศักราช ๑๒๙ ที่บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

หลวงปู่บุญมา ท่านเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ โดยหลวงปู่มีอายุอ่อนเดือนกว่าแต่บวชก่อนหลวงปู่สรวง จึงมีพรรษามากกว่าหลวงปู่สรวงราว ๕ เดือน

หลวงตาสรวง สิริปุญโญ
หลวงตาสรวง สิริปุญโญ

ท่านเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เวลา ๑๗.๒๐ น. ที่วัดศรีฐานใน บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร โดยมีพระครูชโยบลบริบาล เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาว่า “สุชีโว” แปลว่า “ผู้มีชีวิตอันงาม

หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านก็ได้ไปศึกษาธรรมกับพ่อแม่ครูอาจารย์หลายๆ รูป เช่น หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่คำดี ปภาโส, หลวงพ่อคำพอง ติสฺโส, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่สุภาพ ธัมมปัญโญ, พระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร และพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร เป็นต้น โดยเฉพาะพระอาจารย์บุญช่วย และพระอาจารย์สิงห์ทอง ครูบาอาจารย์ทั้งสองรูปนี้หลวงปู่บุญมาท่านได้ติดตามศึกษาข้อวัตรปฏิปทาและขอรับโอวาทธรรมจากท่านทั้งสองนานที่สุด เนื่องจากท่านทั้งสองเป็นคนบ้านเดียวกันกับหลวงปู่บุญมา คือ บ้านศรีฐาน

ต่อมาเมื่อพระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร ได้ถึงแก่มรณภาพ ท่านได้ช่วยงานศพกระทั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ธุดงค์ไปที่หนองบัวลำภู ภูเวียง ปฏิบัติธรรมอย่างหนักหน่วง แล้วธุดงค์ต่อไปทางเมืองเลย ไร่ม่วง ผาบิ้ง

จากนั้นลงไปภาคใต้ ไปอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา อยู่กับหลวงพ่อคำพอง ติสฺโส เพื่อฟังธรรมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ไปภูเก็ตกลับมาพังงาทำความเพียรอดนอนผ่อนอาหารอย่างหนัก พบหลวงปู่มหาเจิม ปัญญาพโล ที่วัดแหลมสัก จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดนิมิตและความรู้ภายในมากมาย

ต่อมากลับภาคอีสาน เพื่อร่วมงานประชุมเพลิงศพหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม ที่วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงได้พบกับ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านได้แนะนำธรรม แล้วธุดงค์ไปกับหลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร ไปบ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี

จากนั้นไปอยู่ภูจ้อก้อกับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต แล้วธุดงค์กลับมาอยู่วัดป่าแก้วชุมพล และไปอยู่ถ้ำกลองเพล ร่วมกับหลวงปู่ขาว อนาลโย, พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ, หลวงปู่จันทา ถาวโร, หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม, หลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ, หลวงปู่วิไลย์ เขมิโย, หลวงปู่ทุย ฉันทกโร และได้เข้ากราบฟังธรรมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลายวาระด้วยกัน

หลวงปู่ได้ธุดงค์ไปอยู่ภูเก้าถึง ๑๓ ปี เร่งภาวนาเดินจงกรมทั้งวันทั้งคืน
ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ปี พ.ศ.๒๕๓๖-๒๕๔๒ มาอยู่กับหลวงปู่ถิร ฐิตธัมโม ที่วัดทิพยรัฐนิมิตหรือวัดบ้านจิก ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของชาวอุดรธานี พอสมควร เวลาหลวงปู่ถิรจะบวชพระท่านจะให้พระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร มาบวชให้เพราะหลวงปู่ถิรท่านไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์

ครั้นเมื่อหลวงปู่ถิรละสังขาร หลวงปู่ท่านก็ได้ไปอยู่ที่ อำเภอพรรณานิคม ต่อมากลับมายังบ้านเกิด ไปอยู่วัดป่านิคมวนาราม จ.ยโสธร หลังจากนั้นหลวงปู่ท่านได้มาอยู่วัดสามัคคีสิริมงคลหรือวัดป่าสุขเกษม จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ กระทั่งถึงปัจจุบัน

วัดป่าสามัคคีศิริมงคล (วัดป่าสุขเกษม) บ้านสุขเกษม อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

จะเห็นว่าโดยปฏิปทาแล้วหลวงปู่บุญมาท่านรักสันโดษมักเดินธุดงค์ไปหลายแห่ง เปลี่ยนที่อยู่ตลอด จึงไม่ค่อยมีคนรู้จักท่านเท่าไหร่ ทั้งที่ท่านนับว่ามีอาวุโสสูงในสายกรรมฐานในปัจจุบัน

ท่านไม่ยึดติด และปฏิเสธเรื่องวัตถุมงคล ท่านเร่งความเพียรอย่างหนักอยู่บนภูเก้า ที่มีสิงสาราสัตว์อันตรายมากมายอยู่นานถึง ๑๓ ปี แล้วต่อมาท่านก็ลงจากภูเก้า

หลวงปู่บุญมา สุชีโว

ตลอดเวลาของการดำรงเพศบรรพชิตของหลวงปู่ ท่านได้เมตตาบรรพชาอุปสมบทให้แก่กุลบุตรเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังแนะนำพร่ำสอนการปฏิบัติกรรมฐานจวบจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้มีศิษย์ที่ท่านให้การอุปสมบทและแนะนำพร่ำสอน จนกลายเป็นร่มไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็นแก่ผู้อื่นต่อไป คือ พระอาจารย์สมเกียรติ (เต๋อ) ชิตมาโร แห่งวัดป่าถ้ำพระเทพนิมิตร หรือวัดถ้ำพระตาลเลียน บ้านทุ่งตาลเลียน ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี และพระอาจารย์พเยาว์ โชติวโร แห่งวัดป่าศิลาวาส บ้านดินทรายอ่อน (เหนือ) ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งพระอาจารย์ทั้งสองรูปนี้ถือเป็นศิษย์เอกของหลวงปู่เลยทีเดียว

ปัจจุบันหลวงปู่ยังมีสุขภาพแข็งแรง ให้ความเมตตาแก่ชนทุกชั้น เป็นร่มโพธิ์ใหญ่ที่ยังให้ร่มเงาของสายกรรมฐาน และเป็นพระมหาเถระที่มีอาวุโสสูงสุดในจังหวัดหนองบัวลำภู

(ภายหลังจากหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล ท่านมรณภาพลง)

หลวงปู่บุญมา สุชีโว
หลวงปู่บุญมา สุชีโว

ปัจจุบัน หลวงปู่บุญมา ยังมีสุขภาพแข็งแรง หูตาดี ให้ความเมตตาแก่ชนทุกชั้น เป็นร่มโพธิ์ใหญ่ที่ยังให้ร่มเงาของสายกรรมฐาน หลวงปู่บุญมา สุชีโว เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและผู้เป็นพระมหาเถระผู้สันโดษและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย สิริอายุของหลวงปู่ ๘๘ ปี พรรษา ๖๙ (พ.ศ.๒๕๖๓)

ร่วมสร้างเจดีย์หลวงปู่บุญมา สุชีโว ได้ที่
บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาหนองบัวฯ
ชื่อบัญชี “สร้างเจดีย์หลวงปู่บุญมา สุชีโว”
เลขที่บัญชี 020298036631
เจดีย์ หลวงปู่บุญมา สุชีโว
หลวงปู่บุญมา สุชีโว

โอวาทธรรม หลวงปู่บุญมา สุชีโว

“..บุญเป็นอริยทรัพย์ คือทรัพย์ภายใน ตกน้ำบ่อไหล ตกไฟบ่อไหม้ ที่เราทำได้ด้วย กาย วาจา ใจ สามารถนำติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ แม้ชาติปัจจุบันทรัพย์นี้ก็เป็นเหตุให้ถึงพระนิพพานได้ แม้บ่อได้ในชาตินี้ ก็สามารถเป็นเหตุปัจจัยให้นิพพาน ในชาติต่อๆไป..”

“..ศีล..เป็นกำแพงกั้นบ่ให้ผู้ปฏิบัติตกไปสู่ความชั่วทางกาย วาจา หากผู้เจริญปัญญาละเลยศีล ก็จะหลงเตลิดไปตามมิจฉาทิฏฐิ คือ การกระทำความชั่วโดยง่าย..”