วันศุกร์, 14 มิถุนายน 2567

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่บุญมา สิริจันโท
วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท (พระครู​ปสุตวรธรรม) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าทรงธรรม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดมหาสารคาม มีวิทยาคมแก่กล้าและเมตตาธรรมสูง

◉ ชาติภูมิ
หลวงปู่บุญมา สิริจนฺโท​ (พระครู​ปสุตวรธรรม) นามเดิมชื่อ “บุญมา ขนันไพร” เกิดเมื่อวันอังคาร เดือน​ ๔​ ปีมะโรง​ ตรงกับวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๑​ ณ บ้านหว่านไฟ ตำบลบ้านดู่ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด บิดาชื่อ “นายฮึม” และมารดาชื่อ “นางค้อน ขนันไพร

◉ ปฐมวัย
เมื่อยังเยาว์​วัยได้ศึกษา​จนจบชั้น ป.๔​ ณ​ โรงเรียนบ้านหว่านไฟ หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนประถมในหมู่บ้าน ท่านได้ทำไร่ทำนาช่วยงานครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง

◉ อุปสมบท
ต่อมาเมื่ิออายุ​ ๒๐​ ปีบริบูรณ์​ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ​ ณ​ พัทธสีมาวัดท่าขัน​ ตำบลดงแดง​ อำเภอจตุรพักตรพิมาน​ จังหวัดร้อยเอ็ด​ เมื่อ ๔ ค่ำ ปีฉลู วันที่ ๑๓ เดือน มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒​ โดยมี พระครูธัมมา​ วัดท่าขัน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการอำ เป็นพระกรรมวาจา​จารย์ พระสมศักดิ์​ เป็นพระอนุสาวนาจารย์​ ได้รับฉายา​ว่า​ “สิริจนฺโท

เมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาพระปริยัติธรรม​ จนสอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท และชั้นเอก​ ตามลำดับ เมื่อได้ศึกษา​พระปริยัติธรรม​จนมีความรู้พอสมควรแล้ว​ จึงหันมาศึกษา​วิปัสสนากัมมัฏฐาน​กับ​ พระครูธัมมา​ พระอุปัชฌาย์​ของท่านเป็นเวลา​ ๗​ ปี

หลังจากนั้นได้ศึกษาวิชาต่อจาก พระอาจารย์​ด้วง​ วัดประชาบูรณะ​ และหลวงพ่อวัดบ้านสะแก​ อำเภอสตึก​ จังหวัดบุรีรัมย์​ ซึ่งพระอาจารย์​ทั้งสอง​ เป็นพระเขมร​ ได้ศึกษาอยู่​ ๓​ ปี​ จนมีความชำนาญในคาถาอาคมดีแล้ว​ จึงได้ย้ายมาอยู่วัดบ้านเม็กดำ​ อำเภอพยัคฆภูมิ​พิสัย​ จังหวัด​มหาสารคาม​ เพื่อศึกษา​วิชาจาก​ พระอุปัชฌาย์​จันทา​ วัดบ้านเม็กดำ เป็นเวลา​ ๑​ ปี

ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่วัดพล้าว​ ในประเทศเขมร​ เพื่อเรียนวิชากับพระอาจารย์ชาย​ พระอาจารย์​ได้ให้เรียนคาถาเพียง​ ๔​ ตัว​ แต่ต้องใช้เวลาศึกษา​อยู่ถึง​ ๓​ ปี​ ในขณะเดียวกันก็ได้ทำกัมมัฏฐาน​ไปด้วย​ เมื่อเห็นว่าได้เรียนวิชาจนชำนาญ​ ใช้การได้แล้ว​ จึงได้กลับสู่ประเทศไทย​

เมื่อกลับมาประเทศไทย​ ก็ได้ไปอยู่กับอาจารย์สม วัดโนนท่า​ เพื่อฝึกฝน​วิปัสสนากัมมัฏฐาน​ และทดสอบคาถาอาคมต่างๆ​ ที่ได้เรียนมาเป็นเวลา​ ๕​ ปี​ จนมีความมั่นใจในการปฏิบัติของตนเองดีแล้ว​ จึงได้แยกตัวออกไปสู่ป่าเพื่อหาความสงบ​ บางครั้งก็อาศัยป่าช้าเป็นที่พำนัก

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

ต่อมาได้ตั้งสำนักสงฆ์​ขึ้นเรียกชื่อว่า​ “วัดป่าทรง​ธรรม” และท่านก็ได้ประจำอยู่​ที่นั่นเรื่อยมา ประชาชนทั้งไกล้และไกลรู้จักท่านดี​ เพราะท่านได้เป็นที่พึ่งของประชาชน​ในทางรักษาโรคภัยต่างๆ​ โดยเวทย์​มนต์​และน้ำมนต์​ เป็นต้นว่า​ คนที่ถูกสุนัขบ้ากัด​ ไม่ต้องไปฉีดยา​ เพราะอยู่ไกลหมอ​ ไปหาท่านรดน้ำมนต์​ให้สามวันก็ปลอดภัย​ คนที่ประสบอุบัติเหตุ​แขนขาหัก​ ไปให้ท่านรักษาด้วยน้ำมนต์​ไม่เกิน​ ๗​ วัน​ หายเป็นปรกติ

ในเขตที่ท่านอยู่กันดาร ไม่สะดวกที่จะไปโรงพยาบาล​ เมื่อเกิดอะไรขึ้น​ต้องรักษาด้วยยาสามัญประจำบ้าน​หรือแพทย์​เถื่อน​ เมื่อไม่หายก็ต้องไปหา​ท่านเป็นด่านสุด​ท้าย​ ประมาณ​ ๘๐​ % ที่ท่านช่วยไว้ได้​ และในขณะเดียวกัน​ท่านก็ได้สนองความต้องการ​ของศิษยานุ​ศิษย์​ ด้วยการสร้างพระที่แกะด้วยงาช้าง​ ตะกรุดและปลัดขิก​ แจกลูกศิษย์​ที่ต้องการและได้ผลเป็นที่ประจักษ์​เกินคาด

หลวง​ปู่​เฒ่า​ พระพุทธ​รูปศักดิ์​สิทธิ์​ ณ ​วัดป่าทรง​ธรรม
หลวง​ปู่​เฒ่า​ พระพุทธ​รูปศักดิ์​สิทธิ์​ ณ ​วัดป่าทรง​ธรรม
หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นพระกัมมัฏฐานรูปหนึ่งที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ ในแต่ละวันมีญาติโยมจากทุกสารทิศเดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรมและประพรมน้ำพุทธมนต์ รวมทั้งปรารถนาวัตถุมงคลตะกรุดโทน และเหรียญรูปเหมือนที่เข้มขลังกันอย่างล้นหลาม

พร่ำสอนญาติโยมให้ประกอบแต่กรรมดี มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เบียดเบียน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทสำหรับปัจจัยที่ได้จากการบริจาคศรัทธาของญาติโยม

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท พัฒนาสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดป่าแห่งนี้ ถาวรวัตถุภายในวัด หลวงปู่บุญมาจะออกแบบและควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังมีอุปนิสัยรักธรรมชาติ ภายในวัดจึงมีกฎห้ามมีการตัดต้นไม้เด็ดขาด ทั้งนี้ ในวันสำคัญต่างๆ ท่านจะพาญาติโยมร่วมกันปลูกต้นไม้เสริม ทำให้บรรยากาศภายในวัดมีแต่ความสงบร่มรื่น

◉ วิทยฐานะ
๑. พ.ศ.๒๔๘๑ สำเร็จวิชาสามัญชั้น ป.๔ จากโรงเรียน บ้านหว่านไฟ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด
๒. พ.ศ.๒๕๐๑ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก ในสนามหลวง วัดสุจิตต์ธัมมาราม สำนักเรียนคณะจังหวัดบุรีรัมย์
๓. การศึกษาพิเศษ เป็นผู้ชำนาญ ภาษาลาว – เขมร

◉ งานปกครอง
๑. พ.ศ.๒๕๐๘ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าทรงธรรม
๒. พ.ศ.๒๕๒๗ ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะตำบลราษฎ์เจริญ
๓. พ.ศ.๒๕๓๔ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลราษฎร์ เขต ๒

◉ สมณศักดิ์
ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นพระครูสัญญาบัตรพัศยศพระครูชั้นโท ที่พระครูปสุตวรธรรม

◉ อวสานกาล​
ช่วงปัจฉิมวัย สังขารเริ่มโรยรา หลังตรากตรำรับใช้พระพุทธศาสนามายาวนาน ท่านอาพาธ​ด้วยโรคหัวใจตีบตันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ่อยครั้ง หลวงปู่บุญมา สิริจนฺโท​ ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๗ เวลา ๑๐ .๒๕ น. ณ วัดป่าทรงธรรม สิริอายุ ๗๖ ปี พรรษา ๕๕ พระราชทานเพลิงศพเมื่อ วันที่ ๑๙-๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๘

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

◉ ด้านวัตถุมงคล
ประวัติ​ความเป็นมาการสร้าง เหรียญ​รุ่น​แรก​ หลวง​ปู่​บุญ​มา​ สิริ​จนฺ​โท​ วัดป่า​ทรง​ธรรม​ ปี พ.ศ.๒๕๑๗
เนื่องในโอกาสที่ท่านเป็นประธาน​สร้างอุโบสถ​ “วัดบ้านทัพป่าจิก” ตำบล​ราษฎร์​เจริญ​ อำเภอ​พยัคฆภูมิ​พิสัย​ จังหวัด​มหาสารคาม​ คณะกรรมการ​จึงได้ขออนุญาต​หลวงพ่อ​บุญ​มา​ สร้างเหรียญ​รูปเหมือนของท่านขึ้น​ เพื่อจะได้นำเงินไปสร้างอุโบสถ​ดังกล่าว​และเหรียญ​รุ่น​นี้​เป็นเหรียญ​รุ่นแรก​ ท่านจึงขอเวลาปลุกเสก​ ๑​ ไตรมาส​ (ตลอดพรรษา) ​และจะแจกผู้ที่ต้องการได้ประมาณ​ วันที่​ ๘​ ตุลาคม​ พ.ศ.๒๕๑๘

เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม ปี 2517
เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม ปี 2517

เหรียญ​ที่สร้างขึ้นนี้มีจำนวนน้อย​ สร้างขึ้นเป็น ๓​ เนื้อด้วยกันคือ​ เนื้อเงิน,นวะโลหะ, และทองแดง​ร​มดำ ทำบุญ​ ๙๐ บาท​ได้รับเหรียญ​เงิน​ ทำบุญ​ ๕๐​ บาทได้รับเหรียญ​นวะโลหะ​ ทำบุญ​ ๒๐​ บาทได้รับเหรียญ​ทองแดง​ร​มดำ​ ทำบุญ​เป็นชุด​ ๓​ เหรียญ​ ๑๕๐​ บาท​ และเป็นข่าวดีอีกอย่างหนึ่งคือ​ ผู้ที่สั่งจองจะได้รับแจกตะกรุดโทน​ ดอกละ ๑๐๐​ บาท​ฟรี ๑​ ดอก

หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
ภาพต้นแบบเหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

ในขณะที่​ลงมือสร้างเหรียญ​โดยที่นายช่างคาดไม่ถึง​ เมื่อกรรมการ​ได้ตกลง​ให้ทำ​ ช่างก็ลงมือแกะบล็อค​เมื่อแกะเสร็จแล้ว​ ช่างบอกว่าเหมือนแต่กรรมการทุกคนบอกว่าไม่เหมือน​ ต้องแก้กันถึง​ ๔​ ครั้ง​ ครั้งแรกตามสัญญา​จะเสร็จต้นเดือนมิถุนา​ยน​ พ.ศ.๒๕๑๗​ ผลที่สุดแม้แต่ทำพิมพ์ (บล็อค) ​ก็ไม่เสร็จ​ จนถึงวันที่​ ๒๕​ มิถุนายน​ พ.ศ.๒๕๑๗ จึงเสร็จ​

ช่างบอก​ว่าจะตี (ปั๊ม)​เหรียญ​ให้เสร็จ​ก่อนวันที่​ ๓๐​ มิถุนายน​ พ.ศ.๒๕๑๗ เมื่อลงมือตี (ปั๊ม) ​ก็เกิดขัดข้องอีกคือ​จมูกไม่ขึ้น​ เส้นคิ้วรอบในของเหรียญ​หลุดติดพิมพ์​ เมื่อช่างแก้คิ้วให้ใหญ่​ดีขึ้น​ ตี (ปั๊ม) ​ใหม่พิมพ์ ​(บล็อค) ​แตก​ ตกลงว่าทำเหรียญ​ ๕,๐๐๐​ เหรียญ​ ต้องแกะพิมพ์ (บล็อค)​ ถึง​ ๓​ พิมพ์​ ช้ากว่ากำหนดที่ตกลงกันไหว้เกือบ​ ๒ เดือน​

หากอยากทราบรายละเอียด​สอบถาม​ได้ที่​ ร้านพุทธ​มงคล​โลหะ​กิจ​ สามแยก​ไฟฉาย​ ถนน​พราน​นก​ บ้าน​ช่างหล่อ​ เขต​บางกอกน้อย​ กรุงเทพ​ฯ​ ว่าเป็นความ​จริง​หรือ​ไม่​ ท่านที่สนใจอยากดูตัวอย่างและสั่งจองเหรียญ​ได้ที่
๑. พระมหา​สมเกียรติ​ สุริยปุตฺโต​ วัดยางสุ​ทธาราม​ บ้าน​ช่างหล่อ​ เขต​บางกอกน้อย​ กรุงเทพ​มหานคร โทร.๖๗๐๘๒๑
๒. เจ้าอาวาสวัดกล้วย​ อำเภอ​บางกรวย​ จังหวัด​นนทบุรี
๓.ส.ต.ท.​วัฒนา​ ดีปัญญา​ สถานนีดับเพลิงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา​ กรุงเทพ​ฯ
๔. หลวงพ่อ​บุญ​มา สิริจนฺโท​ วัดป่า​ทรง​ธรรม​ ตำบล​ราษฎร์​เจริญ​ อำเภอ​พยัคฆภูมิ​พิสัย​ จังหวัด​มหาสารคาม
สั่งจ่ายด้วยตนเองเงินครึ่งหนึ่ง​ ต่างจังหวัด​สั่งจองทาง​ ปณ.ธนาณัติ​ จ่าย​ ปณ.บางกอกน้อย​ ในนามพระมหา​สมเกียรติ​ สุริยปุตฺโต​ เพิ่มค่าส่ง​ ๕​ บาท
วันที่​ ๑๙​-๒๐​ ตุลาคม​ พ.ศ.๒๕๑๗​ จึงได้นำเหรียญ​ทั้งหมดไปเข้าพิธีพุทธ​า​ภิเษก​ที่วัดกลางบางแก้ว​ จังหวัด​นครปฐม​อีกที

เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม ปี 2517
เหรียญรุ่นแรก หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม ปี 2517

วัตถุมงคลของหลวงปู่บุญมาแทบทุกรุ่นล้วนแต่สุดยอดปรารถนาของบรรดาศิษยานุศิษย์และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่บุญมา นอกจากเครื่องรางของขลัง เช่น ตะกรุดโทน เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่บุญมา รุ่นแรก ปี พ.ศ.๒๕๑๗ นับได้ว่าเป็นเหรียญยอดนิยมอีกเหรียญที่ได้รับความสนใจจากชาวเมืองสารคาม

พระกริ่งอุปคุตเนื้อสำริด หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม จ.มหาสารคาม ปี 21
พระกริ่งอุปคุตเนื้อสำริด หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม จ.มหาสารคาม ปี 21
ตะกรุดโทน หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม
ตะกรุดโทน หลวงปู่บุญมา สิริจันโท วัดป่าทรงธรรม
ตะกรุด หลวงปู่บุญมา สิริจันโท
ตะกรุด หลวงปู่บุญมา สิริจันโท
ผ้ายันต์จีวร หลวงปู่บุญมา สิริจันโท
ผ้ายันต์จีวร หลวงปู่บุญมา สิริจันโท

สำหรับเหรียญรุ่นนี้ หลวงปู่บุญมา ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้ศิษยานุศิษย์และผู้ที่ร่วมบริจาคทำบุญสมทบทุนสร้างสาธารณูปโภคสาธารณูปการในวัดป่าทรงธรรม เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่บุญมา รุ่นแรก ปี พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นเหรียญทองแดงรมดำ ลักษณะคล้ายเสมา มีหูห่วง และเหรียญเนื้อเงินจำนวนการสร้างไม่ชัดเจน

∘ ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงปู่บุญมาครึ่งองค์ หันหน้าตรง ด้านบนศีรษะหลวงปู่มีลายกระหนก ด้านซ้ายของเหรียญโค้งลงไปถึงขอบเหรียญด้านขวาเขียนคำว่า “วัดป่าทรงธรรม พระอาจารย์บุญมา สิริจนฺโท มหาสารคาม

∘ ด้านหลังเหรียญเป็นคาถาตัวขอมลาว
แถวที่ ๑ เขียนว่า “นะ มะ พะ ทะ”
แถวที่ ๒ เขียนว่า “มะ พะ ทะ นะ”
แถวที่ ๓ เขียนว่า “พะ ทะ นะ มะ”
และแถวที่ ๔ เขียนว่า “ทะ นะ มะ พะ”
เป็นคาถาปราบเจ้าที่เจ้าภูมิ และใต้คาถาตัวขอมด้านล่างเขียนคำว่า “รุ่น ๑ พ.ศ.๒๕๑๗”

เหรียญรุ่นนี้หลวงปู่บุญมาได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลา ๑ ไตรมาส ด้วยความที่หลวงปู่บุญมามีพลังจิตที่แก่กล้า เจตนาการจัดสร้างที่บริสุทธิ์ พุทธคุณจึงโดดเด่นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นแคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยม ป้องกันสิ่งชั่วร้าย

คณะศิษยานุศิษย์หรือผู้ที่ห้อยเหรียญหลวงปู่บุญมารุ่นนี้ต่างมีประสบการณ์มากมาย จัดเป็นเหรียญดังอีกเหรียญหนึ่งของเมืองมหาสารคาม ที่ติดทำเนียบการประกวดพระภาคอีสานมาโดยตลอดสำหรับราคาเช่าหาในพื้นที่สารคาม หากเป็นเหรียญเนื้อเงินจะอยู่หลักพันต้น ส่วนเหรียญเนื้อทองแดง ที่มีความสวยคมชัด อยู่ที่หลักร้อยปลาย

ปัจจุบันเหรียญรูปเหมือนหลวงปู่บุญมา รุ่นแรก ปี พ.ศ.๒๕๑๗ ผู้ที่สนใจยังพอหาได้สำหรับเหรียญเนื้อทองแดง เป็นเหรียญหนึ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับเก็บหาไว้ในครอบครอง

∘ เหรียญรุ่นแรกก่ออภินิหาร
เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๗ เวลาประมาณ ๑๙.๔๕ น. นายสํารอง สําแดงผล นายป๋า ไม่ทราบนามสกุลพร้อมด้วยพรรคพวกอีกประมาณ ๑๐ กว่าคน ได้เหรียญไปลองยิงใช้ปืน .๓๘ ยิงในระยะไม่ถึงเมตร ๒ นัดซ้อน กระสุนลงดินห่างจากเหรียญประมาณ ๖๐ ซม. เมื่อเอาเหรียญองค์ยิงนัดเดียวฝังเข้าไปในต้นไม้นั้นเลย คิดว่าเป็นเวลากลางคืนคงจะทําให้ยิงพลาดได้ วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๗ เวลา ๙.๐๐ น. นักทดสอบชุดเดิมได้ทดลองอีกทีนี้ใช้ปืน ๒ กระบอก .๓๘ ทั้งคู่คนยิงสองคน จุดที่ยิ่งเป็นกรอบสี่เหลี่ยม กว้าง ๒๐ ซม. สูง ๒๕ ซม. ปรากฏว่าทั้ง ๔ นัดไม่เข้าไปในกรอบเลย การยิงในครั้งนี้ใช้ระยะประมาณเมตรครึ่ง คือยิงออกทั้ง ๔ นัดแต่ไม่ถูก วันที่ ๑๙-๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๗ จึงได้นําเหรียญทั้งหมดไปเข้าพิธีพุทธาภิเษก ที่วัดกลางบางแก้วอีกที วันที่ ๒๒ ตุลาคม พศ.๒๕๑๗ นักทดสอบชุดเดิมได้ทดลองยิงดูอีกด้วยปืน .๓๘ ๒ กระบอก ยิงคนละ ๒ นัด ออกทั้งหมดแต่ไม่เข้าเป้าเหมือนเดิม เมื่อเอาเหรียญองค์อื่นยิงระยะเท่ากัน คนยิงก็คนเดียว ปรากฏว่าไม่เหลือทําให้คนยิ่งเกิดสงสัยว่า ทําไมจึงยิงไม่ถูก เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๗ นี้เองมือปืนชุดเดิมได้ไปซื้อเป็ดมาตัวหนึ่ง ตัวคิดว่าจะเอามาแกงกินแต่จะต้องยิงให้ตาย จึงจะแกง นายสํารองได้สั่งให้เมียก่อไฟต้มน้ำไว้ แล้วเอาเหรียญ นวะ กับ ทองแดงของ หลวง​ปู่​บุญ​มา​ สิริ​จนฺ​โท​ วัดป่า​ทรง​ธรรม มาผูกที่คอเป็ดยิงในระยะเมตรเศษ นัดที่ ๑ ไม่ออก นัดที่ ๒-๓ ออก แต่ไม่ถูกลูกกระสุนไปถูกกําแพงสูงกว่าหลังเป็ดประมาณ ๒๐ ซม. และคนยิงบอกว่าขอ ลองเพียงเท่านี้ขอยอมแพ้ และพูดด้วยว่ายิ่งทุกครั้งเหมือนมีคนปัดมือออก

∘ ประสบการณ์​ตระกรุดและพระเครื่องอันลือลั่น!
หลวงปู่บุญ​มา​ วัดป่าทรงธรรม​ เจ้าตำหรับสุดยอดตระกรุดสายเหนียวแคล้วคลาด​แห่งเมืองเสือ

รายที่ ๑. พลทหารดี​ บุญ​กล้า​ อยู่บ้านโนนโจทย์​ อำเภอชุมพลบุรี​ จังหวัด​สุรินทร์​ เป็นทหารอาสาสมัคไปรบที่ประเทศลาวเมื่อปี​ พ.ศ.๒๕๑๕​ ถูกข้าศึกล้อมยิงหลายครั้งแต่ก็รอดมาได้​ เมื่อกลับมายังบ้านเกิด​ ได้ไปหาหลวงปู่บุญ​มา​ เล่าให้ฟังว่า​ ที่รอดมาได้เพราะของดี​หลวงพ่อที่แจกมีพระและตระกรุดเท่านั้น

รายที่​ ๒.​ พลทหารแล​ บ้านกระเบื้อง​ อำเภอชุมพลบุรี​ จังหวัด​สุรินทร์​ ไปรบที่ประเทศลาวเหมือนกัน​ ในขณะที่​ออกลาดตระเวน​ก็ได้ถูกศัตรูล้อมยิงหลายครั้ง​ แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้งเหมือนปาฏิหาริย์​ ของดีที่ติดตัวอยู่เป็นประจำมีอยู่อย่างเดียวคือ​ ตระกรุดหลวงพ่อบุญ​มา​เท่านั้น

รายที่​ ๓.​ พลทหารเวทย์​ ใจเย็น​ คนบ้านกระเบื้อง​ ได้อาสาไปรบที่ประเทศ​ลาว​เช่นเดียวกัน​ ถูกศัตรู​ล้อมและซุ่มยิงหลายครั้ง​ จนจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง​ บางครั้งก็ถูกกระสุน​จนเขียวโนขึ้น​ พลทหารเวทย์​กล่าวว่า​ ที่รอดกลับมาได้​ เพราะบารมีพระเครื่องของหลวงพ่อบุญ​มา

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สมบัติ​ คงสร้อย, วุฒิ​ชัย​ ปาสาวัน​,พิษณุ​ แพง​สร้​อ​ยน้อย