วันอาทิตย์, 16 มิถุนายน 2567

หลวงปู่สวน (ญาท่านสวน ฉันทโร) วัดนาอุดม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี

ประวัติ หลวงปู่สวน (ญาท่านสวน ฉันทโร) วัดนาอุดม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี

ญาท่านสวน ฉันทโร วัดนาอุดม

เกจิผู้เปี่ยมเมตตา สุดยอดวิชาตะกรุด ท่านเป็นศิษย์สายสำเร็จลุน หรือหลวงปู่สมเด็จลุน แห่งนครจำปาสัก สปป.ลาว และญาท่านกรรมฐานแพง ๒ ปรมาจารย์ผู้มีพลังจิตอันลึกล้า มีอิทธิปาฏิหาริย์มากมาย เป็นที่เลื่องลือแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถบลุ่มแม่น้ำโขงในอดีต

หลวงปู่ญาท่านสวน ท่าน มีนามเดิมว่า “สวน แสงเขียว” เกิดเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๕๓ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีจอ ที่บ้านนาทม ตำบลคำหว้า อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี บิดาชื่อ “คูณ” เป็นชาวบ้านสำโรง ส่วนมารดาชื่อ “ผุย” เป็น ชาวบ้านนาทม ประกอบอาชีพทำนา มีพี่น้องท้องเดียวกันรวม ๘ คน ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่นเป็นผู้ที่ มีจิตใจสุขุมเยือกเย็น มีใจโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนฝูง และมีจิตศรัทธาเลื่อมใสใน พระพุทธศาสนามากกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีได้ขอบิดามารดาเข้าอุปสมบทที่ วัดนาอุดม (บ้านนาทม) อำเภอตาลสุม เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๗๓ โดยมีเจ้าอธิการพรหมมา วัดบ้านระเว ตำบลทรายมูล (ปัจจุบัน ตำบลระเว) อำเภอพิบูลมังสาหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระดี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระบัวเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ฉนฺทโร” เมื่อ อุปสมบทแล้วได้เรียน สวดมนต์และปาติโมกข์อยู่ในสำนักของเจ้าอธิการสวน เจ้าอาวาสวัดนาอุดมในขณะนั้น อยู่ประมาณ ๓ ปี จึงย้ายไปศึกษาต่อเพิ่มเติมที่วัดบ้านนาหว้า อำเภอตาลสุม เป็นเวลา ๓ เดือน แล้วไปเรียนต่อที่วัดบ้านสำโรง ใหญ่ ตำบลสำโรง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของโยมบิดา ขณะนั้นมีอาจารย์หม่อน แสงเขียว เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘


ต่อ มาปี พ.ศ.๒๔๘๐ อาจารย์หม่อนได้อาพาธด้วยโรคเหน็บชาและมรณภาพลง พระแก้ว ธมฺมฐิติ ได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองวัดสืบแทนเพราะมีอาวุโสที่สุด ในช่วงนั้นหลวงปู่สวนได้ช่วยเหลือพระแก้ว พัฒนาวัด สร้างศาลาการเปรียญขึ้น แต่ยังไม่สำเร็จพระแก้วได้ลาสิกขาเสียก่อน ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้ เป็นเจ้าอาวาสวัดสำโรงใหญ่แทน และได้สร้างศาลาจนเสร็จลุล่วง ในปี พ.ศ.๒๕๑๗ ท่านได้รับ พระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรพัดยศที่ พระครูอาทรพัฒนคุณ” ปี พ.ศ.๒๕๒๕ เลื่อนสมณศักดิ์จากเจ้า คณะตำบลชั้นตรี เป็นชั้นโท ในราชทินนามเดิม ในด้านพระเวทวิทยาคมนั้นได้รำเรียนมาจากสำเร็จลุน หรือสมเด็จลุน และญาท่านกรรมฐานแพง อดีตเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์แห่งลุ่มน้ำโขง

โดยท่านได้มองการณ์ไกลไป ข้างหน้าว่าพระเวทวิทยาคมที่ท่านศึกษาอยู่นี้จะเป็นประโยชน์มากแก่การทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา และจะได้ช่วยเหลือสงเคราะห์ญาติโยมและผู้เดือดร้อนในอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านมีความขยันหมั่นเพียรศึกษาทางด้านการเจริญสมาธิเพิ่มพูนพลังจิต ควบคู่กับการเรียนวิชาอาคมต่างๆ ส่งผลให้ท่าน มีความจำแม่นยำเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว มีการทดสอบจากผู้เป็นอาจารย์จนเป็นที่พอใจ โดยเฉพาะญาท่าน กรรมฐานแพง ได้มีเมตตาถ่ายทอดสุดยอดวิชาและเคล็ดลับต่างๆ ให้ท่านจนหมดสิ้น ทั้ง นี้ วิชาที่ท่านได้ศึกษากับ ๒ ปรมาจารย์ดังคือ การสร้างเครื่องรางของขลังต่างๆ เช่น การลงตะกรุด เท่าที่รวบรวมได้มีดังนี้ ตะกรุด ๕ กษัตริย์ มีผลทางมหาอุด แคล้วคลาด คงกระพัน, ตะกรุดสายรกพระพุทธเจ้า, ตะกรุดโทน, ตะกรุด กับระเบิด, ตะกรุดอุปคุต, ตะกรุดสาลิกาตอมเหว่ เป็นสุดยอดของตะกรุดเมตตา, ตะกรุดไก่ขึ้นรถลงรา (มีผลทางด้านเมตตาค้าขายดีนักแล) ตะกรุดเข้าตา ทำจากเงินปากผีเผาวันอังคาร ใส่เข้าใต้เปลือกตาได้เพราะมีขนาดเล็กมาก, ตะกรุดคลอดลูกง่าย นอกจากนี้ ยังมีวิชาการทำผ้ายันต์ เสื้อยันต์ การสร้างลูกปะคำโทน (ลูกอม) สร้างรูปนางกวัก, ปลัดขิก, ราหูอมจันทร์, สีผึ้งมหาเสน่ห์, วิชาการเรียกสูตรลบผงอิทธิเจ ผงปถมัง และผงวิเศษอื่นๆ ,การทำนำพระพุทธมนต์ซึ่งมีเคล็ดลับพิสดารมากมาย, วิชาหมากินใจ (หมากินความคิด) เป็นสุดยอดแห่งวิชาเมตตาอีกวิชาหนึ่ง และอีกหนึ่งวิชานั่นคือ “การฝังเข็มดำ” ซึ่งเป็นวิชาสุดยอด ทางด้านคงกระพัน ป้องกันศาสตราวุธต่างๆ ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้เรียนและเรียนได้สำเร็จ

หลวงปู่สวน เป็นพระเถระผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาบารมี บุคลิกลักษณะของท่านน่าเลื่อมใสศรัทธา ใบหน้าเอิบอิ่มยิ้มแย้ม ใครมีทุกข์มาหาจะไม่เคยปฏิเสธ และไม่เลือกชนชั้นวรรณะ อีกทั้งยึดมั่นเคารพใน พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มีศีลจารวัตรงดงาม ชอบบำเพ็ญกุศล ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม