วันศุกร์, 14 มิถุนายน 2567

หลวงปู่คำผิว สุภโณ วัดป่าศรีวิไล อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่คำผิว สุภโณ

วัดป่าศรีวิไล
อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

พระครูภาวนาปัญญาโสภณ (หลวงปู่คำผิว สุภโณ) วัดป่าศรีวิไล

พระครูภาวนาปัญญาโสภณ (หลวงปู่คำผิว สุภโณ) ท่านถือเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบ ผู้รักสันโดษ สมถะ เรียบง่าย องค์ท่านมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ขององค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และได้ศึกษาธรรมอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด

หลวงปู่คำผิว สุภโณ ท่านถือกำเนิดตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๐ ปีฉลู ท่านเป็นบุตรของ พ่อเป อินประเสริฐ แม่นางน้อย อินประเสริฐ “ซึ่งเป็นน้องสาวของแม่หลวงตามหาบัวซึ่งหลวงตามหาบัวมีศักดิ์เป็นหลวงลุง “

ท่านมีพี่น้องทั้งหมด ๑๑ คน หลวงปู่เป็นคนที่ ๔

พระครูศาสนูปกรณ์ (หลวงปู่อ่อนตา) วัดโยธานิมิต

ในปี พ.ศ.๒๕๐๐ ขณะอายุได้ ๒๐ ปีพอดี ท่านได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท ที่วัดโยธานิมิตร จ.อุดรธานี โดยพระอุปัชฌาย์ของท่าน คือ พระครูศาสนูปกรณ์ ( หลวงปู่อ่อนตา เขมังกโร) เมื่ออุปสมบทแล้วไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ๓ พรรษา และยังไปจำพรรษาในที่ต่างๆอีกหลายแห่ง ดังนี้

  • จำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด ๓ พรรษา
  • จำพรรษาที่วัดป่าหนองแซง ๖ พรรษา
  • กลับมาจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด อีก ๔ พรรษา
  • จำพรรษาวัดศรัทธาวราวาท จันทบุรี ๔ พรรษา
  • จำพรรษาที่บ้านเสาร์เล้า หนองวัวซอ ๒ พรรษา
  • จำพรรษาที่วัดป่าสีพนมห์ สกลนคร ๓ พรรษา
  • จำพรรษาที่วัดป่าแก้วชุมพล ๒ พรรษา
  • แล้วมาอยู่วัดป่าศรีวิไล อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ในปี พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นต้นมา

หลวงปู่คำผิว สุภโณ เคยปฏิบัติธรรมและรับธรรมะโอวาทรวมทั้งศึกษาธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์สายกรรมฐานหลายรูป อาทิ

  • หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม จ.อุดรธานี
  • หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี
  • หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
  • หลวงปู่อ่อนตา เขมังกโร วัดโยธานิมิตร จ.อุดรธานี
  • หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร วัดป่าประชาชุมพล จ.อุดรธานี
  • หลวงปู่วิริยังค์ สิรินธโร วัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ
  • หลวงปู่วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จ.สกลนคร
  • หลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร
    ฯลฯ

หลวงปู่คำผิว สุภโณ องค์ท่านได้ถือข้อวัตรปฏิบัติศึกษาธรรมกับ พ่อแม่ครูอาจารย์หลายรูป หนึ่งในนั้น นั่นคือ องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งองค์หลวงตามหาบัว นี้นั้นไม่ได้ถือว่าเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์เพียงเท่านั้น หากแต่ว่ายังมีศักดิ์เป็นญาติกับหลวงตามหาบัวด้วยเช่นกัน

ด้วยว่าโยมแม่ของหลวงปู่คำผิวนั้น มีศักดิ์เป็นน้องสาวของแม่หลวงตามหาบัว จึงทำให้พ่อแม่ครูอาจารย์ทั้งสองท่านในทางโลกจึงมีศักดิ์ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

หากแต่ในทางธรรรมนั้น พ่อแม่ครูอาจารย์องค์หลวงตามหาบัวนั้น องค์ท่านมีศักดิ์เป็น พ่อแม่ครูอาจารย์ของหลวงปู่คำผิว

หลวงปุ่คำผิวปรารภว่า..สมัยก่อนองค์ท่านได้ถือข้อวัตรปฏิบัติอยู่กับหลวงตามหาบัว ในช่วงแรก ๆ ช่วงที่หลวงตามหาบัวนั้นยังดุ และเข้มงวดเข้มข้นในการปฏิบัติเป็นอย่างมาก

ทั้งการอ่านหนังสือพิมพ์ รวมถึงการปฏิบัติอะไรที่นอกเหนือจากการบำเพ็ญภาวนาจะถูกสั่งห้ามทุกอย่าง ด้วยว่าขณะนั้นองค์หลวงตาท่านจะเน้นให้กับพระเณรต่าง ๆ อยู่กับการปฏิบัติจริงๆ เน้นการภาวนาอย่างเข้มข้น ไม่มีการย่นย่อใดๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปุ่คำผิว องค์ท่านก็ได้ปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์หลวงตาด้วยดีเสมอมา

หากแต่ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่ซึ่งความอยากในจิตใจของพระหนุ่มพระใหม่ อย่างพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่คำผิว ยังคงมีอยู่บ้าง จึงทำให้องค์ท่านขัดคำสั่งหลวงตา นั่นคือท่านได้แอบอ่านหนังสือพิมพ์และขัดคำสั่งบางสิ่งบางอย่างของพ่อแม่ครูอาจารย์จนถุกจับได้ จึงทำให้องค์ท่านถูกทำโทษจากองค์หลวงตา ให้ออกจากสำนักในทันที แม้จะมีศักดิ์เป็นญาติกันก็ตาม ก็ไม่ได้ถูกละเว้น

โดยที่สาเหตุก็ด้วยว่า ไม่อยากให้ระเบียบวินัยและข้อวัตรปฏิบัติหย่อนยานลงไป อีกทั้งก็ด้วยว่าไม่อยากให้เป็นแบบอย่างกับพระหนุ่มรูปอื่นๆ จึงทำให้องค์หลวงปุ่คำผิว ต้องออกจากสำนักขององค์หลวงตามหาบัว และได้ไปอยู่กับ หลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ แห่งวัดป่าหนองแซง ผู้ที่ถือเป็นอีกหนึ่งศิษย์ผู้ใหญ่ขององค์หลวงตามหาบัว จนองค์ท่านได้ เข้าถึงธรรม ที่วัดป่าหนองแซงแห่งนี้ในภายหลัง

หลวงปุ่คำผิวท่านปรารภให้ฟังว่า..
องค์หลวงตามหาบัวนั้น ในสมัยก่อนท่านจะเคร่งครัดในระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก ใครประพฤติผิดแม้เพียงเล็กน้อยก็จะถูกทำโทษทันที

เมื่อสมัยหนุ่มนั้น สายตาแห่งองค์ท่านน่าเกรงขาม ดุจพญาราชสีห์ น้อยคนที่จะกล้าสบตากับองค์ท่าน หากใครทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา ชื่อของหลวงตานั้น ถือว่ากลายเป็นอะไรที่เข็ดขยาดกันไปตามๆ กัน และองค์หลวงปู่คำผิว ก็เช่นกัน องค์ท่านปรารภว่าตั้งแต่ที่ท่านทำพลาดไป และถูกหลวงตาทำโทษนั้น หากไม่มีอะไร ท่านจะไม่ค่อยมาที่บ้านตาด

นั่นก็ด้วยองค์ท่านเกรงกลัวในองค์หลวงตา เกรงกลัวในบารมีและแววตาท่าน แม้ภายหลังจะกลับไปเยี่ยมหลวงตา องค์หลวงตาท่านก็ยังไม่ยอมคุยด้วย หากแต่จะมีสีหน้านิ่งเรียบเฉย เป็นการตอบรับเสียมากกว่า

หลวงปู่คำผิวปรารภว่า นั่นก็ด้วยแต่ว่าครูบาอาจารย์ ท่านกำลังทดสอบจิตใจ ทดสอบกิเลส ขันติบารมี วุฒิบารมีต่างๆ ในตัวของท่านอยู่ ซึ่งองค์ท่านก็น้อมรับและปรารภว่า… “พ่อแม่ครูอาจารย์อย่างเช่น องค์หลวงตามหาบัว เกิดอีกกี่ครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกับท่านอีกหรือไม่ ทั้งเรื่องของความเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยว
ไม่มีใครเกินท่าน”

องค์หลวงตามหาบัวนั้น จึงถือว่าเป็นหนึ่งในพ่อแม่ครูอาจารย์ที่องค์หลวงปู่คำผิวให้ความเคารพยำเกรงเป็นอย่างมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงคราวที่หลวงตาท่านละสังขาร และจนถึงทุกวันนี้ก็ตาม

จำพรรษาที่วัดป่าหนองแซง ๖ พรรษา หลังจากที่องค์หลวงปุ่คำผิว ท่านได้ออกจากสำนักของหลวงตามหาบัวแล้ว องค์ท่านก็ได้ไปขอข้อวัตร และอยู่ปฏิบัติกับพ่อแม่ครูอาจารย์

องค์หลวงปุ่บัว สิริปุณโณ แห่งวัดป่าหนองแซง ซึ่งหลวงปู่บัวนี้ก้ถือว่าเป้นหนึ่งในศิษย์อาวุโส ขององค์หลวงตามหาบัว ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในวงศ์พระกรรมฐาน

หลวงปุ่คำผิว นั้นองค์ท่านปรารภว่าหลังจากที่ ออกจากสำนักของหลวงตามหาบัว ท่านก็ได้ไปพึ่งใบบุญของพ่อแม่ครูอาจารย์องค์หลวงปู่บัว สิริปุณโณนี้เอง และสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความสงบสงัด ทำให้องค์ท่านได้ ถึงที่สุดแห่งธรรม ก็ด้วยสถานที่แห่งนี้นี่เอง โดยท่านปรารภเสมอว่า ท่านเข้าถึงธรรม ณ สถานที่แห่งนี้

พบเจอกับความงาม ความสุขแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน เป็นความสุขสงบทางใจ ที่เต็มไปด้วยความสว่างสุกสดใส อย่างที่ไม่เคยเป้นมาก่อน สถานทีแห่งนี้คือที่ๆ ท่านเข้าถึงธรรม องค์ท่านมักปรารภลักษณะเช่นนี้ให้ฟังอยู่เสมอ

โดยหลวงปู่บัวนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในพ่อแม่ครูอาจารย์ที่สำคัญอีกรูปหนึ่งขององค์หลวงปุ่คำผิว ที่สอนข้อวัตรและการปฏิบัติกับท่านมากมายจนทำให้ท่านก้าวพ้นสมมุติแห่งบัญญัติโลกต่าง ๆ ไปได้นั่นเอง จากนั้นท่านจึงกลับมาจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาดอีก ๔ พรรษา

จำพรรษาวัดศรัทธาวราวาท จ.จันทบุรี ๓ พรรษา แล้วกลับมาจำพรรษาที่บ้านเสาร์เล้า อ.หนองวัวซอ ๒ พรรษา

จำพรรษาที่วัดป่าสีห์พนมประชาราม จ.สกลนคร ๓ พรรษา ,วัดป่าแก้วชุมพล ๒ พรรษา แล้วมาอยู่วัดป่าศรีวิไลย์ในปี พ.ศ.๒๕๒๔ จนถึงปัจจุบัน

องค์ท่านเคยอยู่อบรมศึกษาธรรมกับหลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี ,หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ,หลวงปู่อ่อนตา วัดโยธานิมิต จ.อุดรธานี ,พระอาจารย์วัน อุตฺตโม วัดถ้ำพวง จ.สกลนคร ,หลวงปู่สิงทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร

หลวงปู่คำผิว สุภโณ ท่านได้รับพระราชทานพัดยศพระครูชั้นเอก ท่านมาอยู่พำนักจำพรรษาที่วัดป่าศรีวิไลย์ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ปี พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นต้นมา

หลวงปู่คำผิว สุภโณ วัดป่าศรีวิไล จ.อุดรธานี

พระครูภาวนาปัญญาโสภณ (หลวงปู่คำผิว สุภโณ) วัดป่าศรีวิไล บ้านโนนธาตุ ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ท่านได้มรณภาพลงอย่างสงบ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๐ เมื่อเวลา ๑๙:๔๐ น. ณ โรงพยาบาลจุฬา ชั้น ๑๐ ตึกภูมิสิริ สิริอายุ ๘๐ ปี ๑ เดือน ๑๖ วัน พรรษา ๖๐

อัฐิธาตุ ของท่าน หลวงปู่คำผิว สุภโณ วัดป่าศรีวิไล
อัฐิธาตุ ของท่าน หลวงปู่คำผิว สุภโณ วัดป่าศรีวิไล
อัฐิธาตุ ของท่าน หลวงปู่คำผิว สุภโณ วัดป่าศรีวิไล

ที่มา :ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง