วันศุกร์, 14 มิถุนายน 2567

หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่จ.เพชรบูรณ์

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม

วัดซับตะเคียน
อ.หนองไผ่จ.เพชรบูรณ์

หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่จ.เพชรบูรณ์
หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน ต.ท่าด้วง อ.หนองไผ่จ.เพชรบูรณ์

หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม วัดซับตะเคียน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลำน้ำกง ศิษย์เอก สืบสายวิทยาคมจากหลวงพ่อทบ ชนแดน เมืองเพชรบูรณ์

◉ ชาติภูมิ
พระอธิการวิชัยรัตน์ (หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม) วัดซับตะเคียน นามเดิมชื่อ “วิชัยรัตน์ (ขุ้ย) ท่อนทอง” เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๔ ที่บ้านท่ามะทัน ต.ท่าอิบุญ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โยมบิดาชื่อ “นายทองดี” และมารดาชื่อ “นางทองสุข ท่อนทอง

ช่วงวัยเยาว์เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่บ้านเกิด พอได้อายุ ๑๒ ปี บิดาถึงแก่กรรมจึงบรรพชาบวชหน้าไฟ พ.ศ.๒๔๗๖ ให้โยมบิดา แต่ด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า แม้จะเสร็จงานศพบิดาจึงไม่ยินยอมลาสึกขา ขออนุญาตโยมมารดา บวชเรียนต่อไป

ต่อมาได้ทราบถึงกิตติศัพท์ของหลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน อ.ชนแดน เป็นพระเกจิอาจารย์ีที่มีประชาชนเคารพนับถือ จึงเกิดศรัทธา เดินทางจากบ้านเกิดไปยัง อ.ชนแดน เพื่อฝากต้วเป็นลูกศิษย์อยู่รับใช้อุปัฎฐาก ตักน้ำ เถกระโถนน้ำหมาก ล้างบาตร ปัดกราดเสนาสนะ ฯลฯ

ด้วยความเมตตาจาก หลวงพ่อทบ วัดชนแดน จึงได้ถ่ายทอดสรรพวิชาคาถา การทำตะกรุดโทน ลงเลขยันต์คาถาผ้ายันต์และได้ศึกษาปฎิบัติวิชากัมมัฎฐานและกำหนดจิต มีความรู้แก่กล้าตามลำดับ สามารถเสกข้าวสารให้ไก่กิน และศึกษาเรียนรู้ในการจัดสร้างพระกริ่ง พระรูปหล่อ ตามประเพณีโบราณ ผลสัมฤทธิ์ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามเณรขุ้ยมีความชำนาญอย่างยิ่ง

◉ อุปสมบท
ครั้นเมื่ออายุได้ ๒๒ ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดศรีมงคล อ.หล่อสัก เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๖ โดยมี พระมหาหยวก เจ้าคณะอำเภอหล่มสัก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการคำปัน เป็นพระกรรมวาจารย์และพระอธิการวันดี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาว่า “ฐิตธมฺโม” มีความหมายว่า “ผู้มีจิตใจตั้งมั่นในธรรม

ภายหลังอุปสมบท อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอุปัชฌาย์ ๒ พรรษา จึงได้กราบลา เดินทางไปจำพรรษายังวัดชนแดน เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมและปฏิบัติกัมมัฏฐาน จากหลวงพ่อทบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปฏิบัติธรรมแก่กล้าท่านได้กราบลาหลวงพ่อทบออกเดินทางธุดงวัตรไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

พ.ศ.๒๔๘๖ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลท่าอีบุญ ปกครองพระสงฆ์-สามเณร ได้ระยะหนึ่งเกิดความเบื่อหน่ายจึงได้ขอลาออก และออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ แขวงจำปาสัก ประเทศเขมร

ตลอดระยะเวลาในการธุดงควัตร ท่านได้สนทนาธรรมกับพระสายวัดป่าหลายรูป และศึกษาไสยเวทจากอาจารย์เขมรและลาวหลายรูป

พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงปู่ขุ้ย ได้เดินธุดงควัตรตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าขึ้นทิศตะวันออก ในที่สุดหลวงปู่ได้เดินทางมายังบ้านท่าด้วง ได้เล็งเห็นความเจริญที่จะเกิดขึ้นแก่หมู่บ้านนี้ในอนาคตประกอบกับมีป่าไม้ แหล่งน้ำไหลผ่าน ท่านจึงได้หยุดธุดงค์ และชักชวนชาวบ้านสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านซับตะเคียน

บ้านซับตะเคียน เป็นบ้านป่าดงดิบเต็มไปด้วย เสือ ช้าง และสัตว์มีเขี้ยวพิษนานาชนิด เต็มไปด้วยไข้ป่า อยู่ห่างจาก อ.หนองไผ่ กว่า ๔๐ ก.ม. ถ้าจะเดินทางมายังที่ตั้งตัวจังหวัด ต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือนเมื่อชาวบ้านเจ็บไข้ไม่สบาย หลวงปู่ขุ้ย ได้เข้าป่าหาสมุนไพร มารักษาชาวบ้านด้วยตนเอง แทนยาจากในเมือง

เมื่อคราวเกิดโรคห่าระบาด หลวงปู่ขุ้ย ได้นำยาสมุนไพรรักษาชาวบ้านจนหายป่วย เรื่องยาสมุนไพรเป็นที่ขึ้นชื่อมากแม้ถึงทุกวันนี้ ยังมีชาวบ้านที่เจ็บป่วยไปให้ท่านทำการรักษาอยู่ประจำ หลวงปู่ขุ้ยจำพรรษาชักชวนชาวบ้านเข้าวัดฟังธรรม รักษาศีล จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้าน รวมทั้งได้รับแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดซับตะเคียนแห่งนี้

ด้านวัตถุมงคล หลวงปู่ขุ้ย ได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก หลวงพ่อทบ วัดชนแดน บรรดาศิษยานุศิษย์ที่รู้ในกิตติศัพท์ด้านวิทยาอาคมของท่าน จึงได้ขอร้องให้ท่านจัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อนำเงินมาจัดสร้างเสนาสนะ ศาลา และอุโบสถ(กำลังจะสร้าง) ฯลฯ

ในด้านการเผยแผ่ธรรม หลวงปู่ขุ้ย เป็นพระที่ทันสมัย ใช้ธรรมะสั่งสอนชาวบ้าน ให้รู้จักทำมาหากินด้วยความสุจริต มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร มิให้ลุ่มหลงมัวเมาในอบายมุข ใช้ชีวิตอย่างสมถะและพอเพียง ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

หลวงปู่ขุ้ย ได้สั่งสอนให้ชาวบ้านได้เจริญภาวนาสมาธิ ให้ยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธเจ้า และปฏิบัติตาม ศีล ๕ ศีล ๘ หรืออุโบสถศีล อย่างเคร่งครัด ให้เป็นคนคิดดี ทำดี พูดดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน

หลวงปู่ขุ้ย ถือเป็นผู้นำทางคุณธรรมศีลธรรม ของชาวบ้านซับตะเคียนอย่างแท้จริงด้วยความที่เป็นพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไม่สะสม และยึดติดในอดิเรกลาภ ชาวบ้านทั้งอำเภอ ต่างจังหวัด จึงให้ความเคารพศรัทธา ด้วยกุศลจิตอย่างแท้จริง แม้ล่วงวัย ๘๗ ปี แต่หลวงปู่ขุ้ยยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไปกิจนิมนต์ไกลๆ ได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย
หลวงปู่บอกว่า ที่ท่านอายุยืน มิเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเพราะว่า ท่านทำสมาธิ เจริญภาวนาและทำจิตใจให้ผ่องใสตลอดเวลา ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลง ส่วนมากจะฉันอาหารประเภทผัก ผลไม้เป็นประจำ

หลวงปู่ขุ้ย เป็นพระสายปฏิบัติและเป็นศิษย์รูปสุดท้ายของ หลวงพ่อทบ วัดของท่านอยู่ติดเทือกเขาเพชรบูรณ์ เขตแดนติดต่อ อ.หนองบัวแดง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ถ้าไม่มีกิจนิมนต์ที่ใด ส่วนมากท่านจะอยู่ที่วัดเป็นประจำ นับเป็นพระที่ดีอีกรูปหนึ่งของเมืองมะขามหวาน

◉ มรณภาพ
พระอธิการวิชัยรัตน์ (หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม) ท่านอาพาธด้วยโรคปอดติดเชื้อ เข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔ กระทั่งในวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลวงปู่ขุ้ย ฐิตธัมโม ได้มรณภาพลงอย่างสงบ เวลา ๑๕.๐๗ น.ตรงกับวันแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๙ สิริอายุรวม ๙๐ ปี ๒ เดือน ๒๖ วัน พรรษา ๖๘

ทางวัดได้เก็บสรีระสังขารของท่านอย่างถาวรให้ลูกหลานได้กราบไหว้สักการะ ณ วัดซับตะเคียน ๑๐๐ วัน ทำพิธีเผา (หลอก) เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑ และเคลื่อนย้ายสรีระสังขารบรรจุโลงแก้วไว้ภายในมหาเจดีย์พระธาตุอรหันต์ ๑๐๘ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ตรงกับแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖

◉ ด้านวัตถุมงคล
หลวงปู่ขุ้ย ได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาหลายรุ่น เป็นที่เชื่อถึอในความศักดิ์สิทธิ์ ในด้านเมตตามหานิยม และแคว้นคลาด จึงมีผู้ศรัทธาเลื่อมใส ไปขอบูชามากมายจนชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปในหลายจังหวัด

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงคือ ตะกรุดโทน ตะกรุด ๙ ชั้น รูปหล่อลอยองค์ อีกหลายรุ่น วัตถุมงคลที่สร้างขึ้น มีผู้มาขอบูชาหมดในเวลาไม่นาน และผู้ที่เช่าหาวัตถุมงคลของท่าน ต่างมีประสบการณ์แคล้วคลาดต่างๆ มากมาย

พระกริ่งเพชรกลับ หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน
พระกริ่งเพชรกลับ หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน

โดยเฉพาะพระกริ่งเพชรกลับ ที่สร้างขึ้นตามตำรับโบราณของหลวงพ่อทบ โดยเฉพาะ “ตะกรุดคู่ชีวิต หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน” ที่สร้างตามตำนานตะกรุดคู่ชีวิตอมตะ หลวงพ่อเงิน มาสู่ หลวงพ่อพิธ และตกทอดถึง หลวงพ่อทบ ผู้เป็นบูรพาจารย์ แต่ หลวงปู่ขุ้ย ก็ยังอ่อนน้อมถ่อมตนว่า ไม่ทับรอยครูบาอาจารย์ ขอยกถวายความดีบูชาพระคุณบรมครูทุกรูป และด้วยจำนวนสร้างเพียง ๕๐๐ ดอก เอาเป็นว่าภายใน ๒ วัน หมดแล้ว แถมผู้บูชาต่างเกิดประสบการณ์ปาฏิหาริย์มากมาย

ตะกรุดคู่ชีวิตรุ่นแรก หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน รุ่นแรก สร้าง ๕๐๐ ดอก
ตะกรุดคู่ชีวิตรุ่นแรก หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน รุ่นแรก สร้าง ๕๐๐ ดอก

● คาถาตะกรุดคู่ชีวิต
แม้จะไม่มีของดีอยู่กับตัว ขอได้สวดอาราธนาไว้ก่อนก็ได้ผลเช่นกัน
ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่า “วิโส ทะเย เอ สะ นะมะพะทะ พุทธัง กำบังจิต ธัมมัง กำบังกาย สังฆัง กำบังไว พุทธยะคิ ประสิทธิเม