วันศุกร์, 22 ตุลาคม 2564

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) พระอริยเจ้าผู้เป็นมหาบุรุษของแผ่นดิน

ประวัติและปฏิปทา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วัดป่าบ้านตาด
อ.มือง จ.อุดรธานี

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)

“พระอริยเจ้าผู้เป็นมหาบุรุษของแผ่นดิน”

พระเดชพระคุณพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) พระอริยเจ้าที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ยิ่งใหญ่ด้วยบุญบารมี ทายาทธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น เป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค สามารถทําประโยชน์ใหญ่ให้แก่ชาติ และพระพุทธศาสนา เป็นพระของแผ่นดินไทยที่ประวัติศาสตร์ต้องจดจารึกเป็นศักดิ์ศรี และเกียรติยศประดับวงศ์พระพุทธศาสนาอย่างสง่างาม ปฏิปทาและคําสอนของท่านหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก ท่านจึงเป็นที่ยอมรับจากพระคณาจารย์น้อยใหญ่ และ ประชาชนทั่วไป

ท่านสามารถทําในเรื่องที่บุคคลอื่นทําได้ยาก เรื่องที่แสนยาก เมื่อท่านดําริกลับเป็นเรื่องง่ายประดุจพลิกแผ่นดินได้ ท่านคิดทําเรื่องใดไม่ว่าน้อยใหญ่กิจนั้นสําเร็จราวปาฏิหาริย์ ท่านเล่าว่า “เดิมจริง ๆ ท่านเคยปรารถนาพุทธภูมิ แต่มาพิจารณาเห็นว่า จะเป็นการเนิ่นช้า จึงถอนความปรารถนานั้นเสีย มุ่งตรงเข้าสู่แดนแห่งพระนิพพานโดยตรง”

ท่านเป็นศิษย์ที่ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ยกย่องและไว้วางใจว่า

“เป็นผู้ฉลาดทั้งภายนอกภายใน ต่อไปจะเป็นที่พึ่งแก่หมู่คณะได้มาก”

ยามที่ท่านพระอาจารย์มั่น นิพพานไป ท่านจึงเป็นแม่ทัพใหญ่ ทดแทนสืบทอดมรดกมรรคปฏิปทาเหมือน ยามที่ท่านพระอาจารย์มั่นยังปรากฏอยู่

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด

ดังความตอนหนึ่งจากหนังสือมหัศจรรย์มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ว่า

พุทธศักราช ๒๔๘๒ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระวิปัสสนาจารย์ใหญ่ผู้มีหลักธรรมอันแสนแยบยล มีญาณวิถีกว้างไกล หยั่งทราบอดีต อนาคต จาริกธุดงค์อยู่ภาคเหนือ ได้กล่าวยกย่องและทํานายภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งซึ่งยังไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน ด้วยอนาคตังสญาณว่า

“ในอนาคตกาลอีกไม่นาน จักมีพระหนุ่มรูปหนึ่งเข้ามาหาเราเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ เธอจะทําประโยชน์ใหญ่ให้แก่ประเทศชาติและพระพุทธศาสนา”

และต่อมาเป็นที่ทราบกันว่าภิกษุหนุ่มรูปนั้นก็คือ พระมหาบัว ญาณสัมปันโน

ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ณ บ้านตาด ตําบลบ้านตาด อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นบุตรของนายทองดี และนางแพงศรี โลหิตดี มีพี่น้อง ๑๖ คน

ก่อนเกิดโยมบิดาของท่านได้สุบินนิมิตว่า “ได้มีด มีดด้ามงา ที่ผักเคลือบด้วยเงิน” ส่วนโยมมารดาสุบินนิมิตว่า “ได้ต่างหูทองคํา หนึ่งข้างสวยงามมาก”

โยมตาได้ทํานายสุบินนิมิตนั้นไว้ ๒ อย่างคือ

๑. ถ้าไปในทางชั่ว มหาโจรสู้ไม่ได้ ยังเป็นหัวหน้ามหาโจรอีก

๒. ถ้าไปในทางที่ดีแล้ว จะดีจนถึงที่สุด

ท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ณ วัดโยธานิมิต อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมี พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูปลัดอ่อนตา เขมังกโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พนฺธุโล) วัดโพธิสมภรณ์
พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พนฺธุโล) วัดโพธิสมภรณ์
พระครูศาสนูปกรณ์ (หลวงปู่อ่อนตา เขมังกโร) วัดโยธานิมิตร
พระครูศาสนูปกรณ์ (หลวงปู่อ่อนตา เขมังกโร) วัดโยธานิมิตร

ศึกษาปริยัติ ๗ ปี สอบได้นักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๓ ประโยค ในระหว่างศึกษาพระปริยัติธรรมนั้น ได้รับความอนุเคราะห์จาก สมเด็จมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธัมมธโร) เป็นอย่างยิ่ง

ปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ – ๒๔๙๒ ท่านได้ไปศึกษาและปฏิบัติ ธรรมกับ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นเวลา ๘ ปี ยอมสยบในภูมิจิตภูมิธรรมอันละเอียดอ่อนแยบยลที่ท่านพระอาจารย์ มั่นอบรมสั่งสอนถึง ๓ วาระ

วาระที่ ๑ ท่านนั่งสมาธิตลอดรุ่งติดต่อกันหลายวัน จนกระทั่งกันพุพองแตกน้ําเหลืองไหลเยิ้ม ท่านพระอาจารย์มั่น ได้ให้อุบายว่า

“กิเลสมันไม่ได้อยู่ที่กายนะ มันอยู่ที่ใจ เหมือนสารถี ฝึกม้า ถ้าม้าหายพยศ การฝึกหนักควรลดลง”

วาระที่ ๒ ท่านติดสมาธิอยู่ถึง ๕ ปี จิตสงบแน่วไม่หวั่นไหวดั่งภูผาหิน ท่านพระอาจารย์มั่นให้อุบายว่า

“สุขในสมาธิ เท่ากับเนื้อติดฟัน สมาธิทั้งแท่งเป็นสมุทัยทั้งแท่ง ให้ออกเดิน ทางด้านปัญญา”

วาระที่ ๓ ท่านเพลินในการพิจารณาทางด้านปัญญาทั้งวันทั้งคืนเกินตัว ไม่หลับไม่นอน คิดตําหนิสมาธิว่านอนตายอยู่เฉย ๆ ปัญญาต่างหากสามารถแก้กิเลสได้ ท่านพระอาจารย์มั่น ให้อุบายว่า

“บ้าหลงสังขาร” คําว่า “บ้าหลงสังขาร” คือ การพิจารณาเพลินเกินตัว ไม่รู้จักประมาณ สมุทัยแทรกเข้าในจุดนี้ ให้พักจิตเข้าสมาธิ เหมือนถอดเสี้ยนหนาม จากนั้นก็เข้าสู่มหาสติ มหาปัญญา กิเลสอยู่ที่ใดตามต้อนจนหมด…

ท่านได้อยู่อุปัฏฐากรับใช้ท่านพระอาจารย์มั่นจนกระทั่งนิพพาน ในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๒

ท่านได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ แรม ๑๔ ค่ํา เดือน ๖ เวลา ๕ ทุ่มตรง บนหลังเขา วัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร

จากหนังสือมหัศจรรย์มหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ได้กล่าวยกย่อง เกียรติคุณท่านไว้ว่า

ณ บัดนี้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ว่า ในเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ พระหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน อายุ ๙๐ ปี พรรษา ๗๐ คณะธรรมยุติกนิกาย ได้ยอมสละชีวิตเลือดเนื้อ รบกับความจนในชาติอย่างเด็ดเดี่ยว เดินตามรอยพระ ศาสดาและพระบูรพาจารย์ สามารถนําทองคําแท่งหนัก ๑๑ ตัน เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ๑๐ ล้านดอลลาร์ มอบเข้าท้องพระคลังหลวง เพื่อเป็นการเพิ่มพูนสินทรัพย์ค้ําชูประเทศไทยให้อยู่ยั่งยืนมั่นคง ตลอดไปชั่วกาลนาน

ด้วยความเมตตาอันไม่มีประมาณต่อสัตวโลก หลวงตายังสงเคราะห์ต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แม้ชีวิตล้มมลายลงไป ปัจจัยทั้งหมดที่มหาชนศรัทธานํามาถวายในงานศพในอนาคต ท่านมีพินัยกรรมให้นํามอบเข้าสู่พระคลังหลวง ให้เป็นสมบัติของชาติ เป็นทุนของลูกหลานสืบไป

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) วัดป่าบ้านตาด

นี่คือชีวิตพระอรหันต์ ที่ยังทรงธาตุขันธ์ให้ชาวโลกได้ชื่นชม บุญบารมี บาทวิถีที่ท่านก้าวย่างผ่านไป นําความสงบสุขและแสง สว่างมาให้แก่สัตวโลกทั้งปวง

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี แม่ทัพธรรมสายกรรมฐาน มรณภาพอย่างสงบ ในเวลา ๐๓.๕๓ น. วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔ สิริอายุรวม ๙๗ ปี ๕ เดือน ๑๘ วัน พรรษา ๗๗