วันอาทิตย์, 21 เมษายน 2567

พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

ประวัติและปฏิปทา
พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม

วัดป่าน้ำโจน
ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก


พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม ท่านเป็นชาวสกลนครโดยกำเนิด ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร แห่งวัดประชาชุมพลพัฒนาราม (วัดป่าบ้านหนองใหญ่) บ้านหนองใหญ่ ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร
หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

ช่วงที่ออกธุดงค์เพื่อจะขึ้นไปพำนักในถ้ำแถบจังหวัดลำปาง ได้ผ่านพิษณุโลกและพักปักกลดที่สวนมะม่วงของโยมคนหนึ่ง จึงเป็นโอกาสให้คุณยายนันทนา นาคอินทร์ ได้รับฟังธรรมจากท่าน และด้วยเหตุที่ซาบซึ้งในรสพระธรรมและศรัทธาในปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดของพระป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งคุณยายไม่เคยพบมาก่อน คุณยายจึงบริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดในปัจจุบัน และนิมนต์พระอาจารย์อังคาร มาพำนักจำพรรษาอย่างถาวรจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ท่านพระอาจารย์อังคาร เป็นผู้มีอุปนิสัยพูดตรงโผงผางแต่อ่อนถ่อมตน จริงใจและมีเมตตาธรรม ชอบเอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้อื่นอยู่เป็นนิจ เป็นผู้มีปฏิปทามักน้อยสันโดษ ธรรมะที่ท่านพระอาจารย์สอนเป็นธรรมะที่ค่อนข้างทันสมัย สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีเหตุมีผลฟังง่ายและเข้าใจง่าย ไม่มีเวทมนต์กลคาถาสะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ เครื่องรางของขลัง มีแต่เรื่องของเหตุและผล เรื่องของปัญญาล้วนๆ เมื่อฟังแล้วต้องพิจารณาและทดลองปฏิบัติดูก่อน แล้วค่อยว่ากัน จะเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ซึ่งตรงตามหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ปัจจุบัน พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าน้ำโจน ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก อายุ ๖๒ ปี พรรษา ๓๒ (เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๓)

วัดป่าน้ำโจน ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ เป็นสถานที่สัปปายะเหมาะกับนักปฏิบัติ นักภาวนา มากพอควร บริเวณวัดเป็นป่าร่มรื่นและสงบเย็น มีคนเข้า-ออกน้อยมาก ไม่มีไฟฟ้า ใช้การจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่าง กุฏิหลังคามุงแฝก กว้างประมาณ ๒ x ๓ เมตร ผนังทั้ง ๔ ด้านใช้ผ้าจีวรเก่าเป็นม่านรูดเปิด-ปิด มีทางจงกรมที่เป็นส่วนตัวทุกกุฏิ เป็นวัดที่เน้นให้ผู้ไปปฏิบัติมีความมักน้อยสันโดด มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวในการสู้รบกับกิเลส-ตัญหาของตนเอง และเน้นให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะรู้จักเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ทางไปวัดค่อนข้างซับซ้อน

ธรรมะที่พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม สอนเป็นธรรมะที่ค่อนข้างทันสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีเหตุมีผล ต้องพิจารณาและทดลองปฏิบัติก่อนแล้วจึงเชื่อ ซึ่งตรงตามหลักคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ปฏิบัติท่านหนึ่งมีโอกาสไปพักค้างปฏิบัติที่วัดป่าน้ำโจนเป็นเวลา ๑ สัปดาห์

มีความเห็นว่าตัวพระอาจารย์เองมีความสามารถในการนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาอธิบายหลักวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ ในขณะที่การปฏิบัติยังยึดหลักพระป่าสายหลวงปู่มั่น เบอร์โทรศัพท์ของ คุณยายนันทนา นาคอินทร์ หรือคุณจุ๋ม ซึ่งพักค้างอยู่ที่วัดป่าน้ำโจน คือ 089-4387-648, 081-886-8761

พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

◎ โอวาทธรรม พระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าน้ำโจน ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

“…เราไม่สามารถที่จะไปบังคับสรรพสิ่งให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่างไป หรอก…เรามีสิทธิ์เพียงแค่รู้จักกับบริหารจัดการตัวเอง ให้สามารถอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งให้ได้เท่านั้น…”

“…รุกขมูลเสนาสนัง เมื่อบวชแล้วท่านจงไปอยู่ในป่า ในเขา ในถ้ำ ในหุบ ในเหว ป่าช้ารกชัฏบ้านร้างเรือนว่าง เพื่ออาศัยสถานที่อันสงบสงัดนั้นทำที่สุดแห่งทุกข์เถิด….”

“…ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการบิณฑบาต ฉันวันละมื้อไม่ได้ไปหลอกลวงต้มตุ๋น ปล้น จี้ หรือลักขโมยใคร…”

“…อาหารนี้เราฉันเพียงเพื่อประทังชีวิต พอได้มีกำลังวังชาทำความพากความเพียร ไม่ได้ฉันเพื่อความเอร็ดอร่อย เพื่อบำรุงบำเรอกามราคะให้เพิ่มพูน…”

“…น้ำปานะ คือ น้ำคั้นจากผลไม้ หรือน้ำอ้อย น้ำตาล น้ำหวาน น้ำผึ้ง ฯลฯ เหล่านี้เราฉันเพียงเพื่อประทังความอ่อนระโหย ไม่ได้ฉันเพื่อความอร่อยปากอร่อยลิ้นแต่อย่างใด…”

“…ธรรมะแห่งการอยู่ร่วม… สถานที่ใดแม้จะด้อยคุณค่าแต่ถ้ามีคนที่มีคุณภาพเข้าไปอยู่ สถานที่นั้นก็จะต้องมีคุณค่าคุณภาพตามไปด้วย ในทางกลับกันต่อให้สถานที่มีคุณภาพขนาดไหนหากมีคนที่ด้อยคุณภาพเข้าไปอยู่ ไม่นานสถานที่แห่งนั้นย่อมจะต้องด้อยคุณค่าคุณภาพตามไปด้วย…”

“…กาสาวะ = น้ำฝาด …พัสตร์ = ผ้า…กาสาวพัสตร์ = ผ้าย้อมน้ำฝาด …ผ้านี้เรานุ่งห่มเพียงเพื่อป้องกันความอุจจาด ป้องกันความร้อน ความหนาว ป้องกันเหลือบ ยุง ริ้นไร เท่านั้น หาได้ต้องการอวดอ้างความร่ำรวยหรูหราไม่…จีวร = ผ้าห่ม สบง = ผ้านุ่ง สังฆาฏิ= ผ้าห่มซ้อนกันหนาว…”

“…เสนาสนะนี้มีไว้เพียงเพื่อพักผ่อนบรรเทาธาตุขันธ์เท่านั้น…มิได้มีไว้เพื่อความหรูหราโอ่อ่า..หรืออวดอ้าง..กุฏิ…”

“…การทำการงานชอบ …ความเพียรชอบ…สติชอบ ก็คือ งานถอดงานถอน เพียรถอดเพียรถอน สติจดจ่ออยู่กับการถอดถอนกิเลสอาสวะออกจากจิตจากใจตัวเองนั่นแหละ…พระกำลังทำงานในที่ทำงานของท่าน เดินจงกรม…”

“…สัมมาสมาธิ…สมาธิ ต้องรู้สมาธิ…ผู้ไม่มีปัญญาย่อมไม่รู้จักสมาธิ…ผู้ไม่มีสมาธิก็ย่อมไม่มีปัญญา…”