วันจันทร์, 6 กุมภาพันธ์ 2566

พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ประวัติและปฏิปทา
พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ

วัดป่าวังน้ำเย็น
อ.เมือง จ.มหาสารคาม

พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม
พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม

พระครูภาวนาชยานุสิฐ (พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ) วัดป่าวังน้ำเย็น พระเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสาน ศิษย์เอกหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดพระธาตุมหาชัย จ.นครพนม

◉ ชาติภูมิ
พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ เกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ ที่บ้านเหล่าโคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เมื่ออายุ ๑๕ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร เข้าพิธีอุปสมบทที่อุโบสถ วัดสามัคคีธรรม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

หลังอุปสมบท จำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดบูรพา เทพนิมิต อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และออกเดินธุดงค์ไปจำพรรษาอยู่ตามป่าเขาหลายแห่งในภาคอีสาน

ต่อมาไปฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิทยาคมจาก หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดนครพนม และภาคอีสาน โดยหลวงปู่คำพันธ์ถ่ายทอดวิชา ให้จนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวใจคาถา ๑๐๘ วิธีการตั้งธาตุหนุนธาตุเสริมธาตุ พระคาถาปฐวีธาตุ และเคล็ดปฏิบัติกัมมัฏฐาน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเดินทางไปศึกษาเพิ่มเติมกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกหลายท่าน อาทิ หลวงปู่พรหม วัดเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และศึกษาวิชาตะกรุดกับ หลวงปู่สิงห์ คัมภีโร วัดศรีสุข จ.มหาสารคาม เป็นต้น

หลังกลับมาจำพรรษาอยู่ วัดบูรพาเทพนิมิต จ.กาฬสินธุ์ จนถึงปี พ.ศ.๒๕๔๙ ญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาร่วมบริจาคที่ดินบริเวณ บ้านวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พื้นที่กว่า ๑๑ ไร่ สำหรับสร้างวัด จากนั้นจึงร่วมแรงร่วมใจ พัฒนาที่รกร้างว่างเปล่าผืนนี้จนกลายสภาพเป็นวัดป่าวังน้ำเย็นในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ.๒๕๖๔ ช่วงนั้นวัดกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโบสถไม้หลังใหญ่สร้างจากไม้ซุง และวิหารคดรอบอุโบสถ แต่การก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์

◉ งานด้านการปกครอง
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง

◉ สมณศักดิ์
๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เป็น พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระครูภาวนาชยานุสิฐ

พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม
พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ปัจจุบัน พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น รักษาการเป็น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง และประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) สิริอายุได้ ๔๔ ปี พรรษา ๒๔ (พ.ศ.๒๕๖๕)

◉ วัตถุมงคล
สำหรับวัตถุมงคลของ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น คณะศิษยานุศิษย์ รวมทั้งญาติโยมผู้เคารพศรัทธา ได้ร่วมใจกันจัดสร้างเพื่อบูชาครูและรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน คือ เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ของท่าน จัดสร้างขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๕๒ จำนวน ๑๐,๐๐๐ เหรียญ เป็นเนื้อทองแดงชนิดเดียว ลักษณะเป็นเหรียญมีห่วง รูปทรงคล้ายพัดยศยกขอบ

เหรียญ รุ่นแรก พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ปี๒๕๕๒
เหรียญ รุ่นแรก พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ปี๒๕๕๒

ด้านหน้าเหรียญมีรูปเหมือนพระอาจารย์สุริยันต์ ครึ่งองค์ ที่คอคล้องลูกประคำ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายมีเลข ๙ และจากบริเวณด้านขวาของเหรียญโค้งลงไปด้านล่างวนขึ้นไปทางด้านขวาเขียนว่า “พระอาจารย์สุริยันต์ โฆษปญฺโญ วัดป่าวังน้ำเย็น อ.เมือง จ.มหาสารคาม” และใต้ตัวอักษรเขียนว่า รุ่น ๑

ด้านหลัง เหรียญเป็นยันต์มหาปรารถนา อ่านว่า “โน เย นะ เย โน ชิ นะ ยา ชิ มา นิ ทิ ปะ สิ วะ ภา ทิ ปะ สิ” เป็นยันต์ที่มีพุทธคุณครอบคลุมทุกด้าน

เนื่องในวาระที่ พระอาจารย์สุริยันต์ สิริอายุ ๓๓ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ คณะศิษยานุศิษย์เฮงไล้ จากกรุงเทพมหานคร รวมทั้งผู้ที่มีความเคารพเลื่อมใสศรัทธาได้ร่วมกันจัดสร้าง รูปหล่อเหมือนปั๊ม พระอาจารย์สุริยันต์ เพื่อหาปัจจัยสมทบทุนก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองเสา ๑๐๘ ต้นใหญ่ที่สุดในโลก ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

รูปหล่อปั๊ม พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ปี๒๕๕๕
รูปหล่อปั๊ม พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ปี๒๕๕๕

สำหรับรูปหล่อ ปั๊มรูปเหมือนที่จัดสร้างครั้งนี้มีความสูงประมาณ ๓ ซ.ม. ประกอบด้วย เนื้อทองแดง ๑,๒๓๔ องค์ เนื้อทองเหลือง ๔๐๓ องค์ เนื้อตะกั่ว ๒๐๓ องค์ เนื้อเงิน ๑๓ องค์ และหุ่นเทียน ๗ องค์ แจกกรรมการที่จัดสร้าง

เหรียญ รุ่น๒ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ปี๒๕๕๕
เหรียญ รุ่น๒ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ปี๒๕๕๕

เนื่องในวาระที่ พระอาจารย์สุริยันต์ สิริอายุ ๓๓ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ คณะศิษย์ได้ร่วมกันจัดสร้างเหรียญรูปเหมือนพระอาจารย์สุริยันต์เป็นรุ่นที่ ๒ วัตถุ ประสงค์เพื่อสมทบทุนปัจจัยก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองเสา ๑๐๘ ต้นใหญ่ที่สุดในโลก ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ลักษณะเหรียญคล้ายทรงเสมามีหูห่วง จำนวนการสร้างเนื้อทองแดง ๑๕,๐๐๐ เหรียญ เนื้อเงินสร้าง ๒๐ เหรียญ

◉ ประวัติวัดป่าวังน้ำเย็น
วัดพุทธวนาราม หรือ วัดป่าวังน้ำเย็น ตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พื้นที่กว่า ๓๐ ไร่ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวัดที่ถูกต้องเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๕ สังกัดสงฆ์มหานิกาย

ปัจจุบัน พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ พระเกจิชื่อดัง ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสงฆ์วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น) จ.มหาสารคาม

พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม
พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม

ความเป็นมาของการสร้างวัดป่าวังน้ำเย็น สืบเนื่อง จากในปี พ.ศ.๒๕๔๙ ขณะที่ พระอาจารย์สุริยันต์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบูรพาเทพนิมิต อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ท่านเป็นศิษย์ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังภาคอีสาน ทำให้ญาติโยมชาวมหาสารคามมีความเลื่อมใสศรัทธา ร่วมบริจาคที่ดินบริเวณที่ตั้งวัดป่าวังน้ำเย็นในปัจจุบัน ให้พระอาจารย์สุริยันต์ สร้างวัด

ซึ่งพระอาจารย์สุริยันต์ ท่านก็รับนิมนต์ โดยร่วมแรงร่วมใจกับญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ พัฒนาที่รกร้างว่างเปล่าผืนนี้ จนกลายสภาพเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรือง

ศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทอง วัดป่าวังน้ำเย็น
ศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทอง วัดป่าวังน้ำเย็น

พุทธศาสนิกชนที่ผ่านเข้าไปในเขตวัดแห่งนี้ จะพบถาวรวัตถุ อาทิ ศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองขนาดใหญ่เสา ๑๑๒ ต้น ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างจากไม้เนื้อแข็งประกอบด้วยไม้แดง ไม้ประดู่ ตกแต่งด้วยไม้สักทอง มูลค่ากว่า ๘๐ ล้านบาท และหอระฆังสร้างจากไม้สักขนาดใหญ่ เป็นต้น

ขณะเดียวกันวัดอยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโบสถไม้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การก่อสร้างคืบหน้าไปกว่าร้อยละ ๓๐ นี่คือจุดเด่นของวัดป่าวังน้ำเย็นที่ถาวรวัตถุภายในวัด ล้วนก่อสร้างจากไม้ ด้วยฝีมือช่างด้วยความวิจิตรบรรจง จึงเป็นวัดที่มีความสวยงามอลังการ ญาติโยมทั้งใกล้และไกลที่มาเห็น มักถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญคู่ วัดป่าวังน้ำเย็น ที่พุทธศาสนิกชนที่มาเยือนไม่ควรพลาดชมและกราบนมัสการขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล คือ พระพุทธรูปทรงเครื่อง หน้าตักขนาด ๕ นิ้ว ๓ องค์ สร้างจากทองคำบริสุทธิ์ น้ำหนักรวมกว่า ๑๒ กิโลกรัม พระพุทธรูปทองคำทั้ง ๓ องค์

วัดจะนำออกแห่รอบเมืองในงานทอดกฐินทุกปี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชา